คลังเก็บหมวดหมู่: article

เรียนรู้ด้วยความอยากรู้ กับ Epson Interactive Projector

การเรียนรู้ของเด็กๆ ในห้องเรียน คือการให้เขาได้ลองจับชอล์กและขีดเขียนบนกระดานเพื่อให้จินตนาการของพวกเขาได้โลดแล่น แต่โลกของการเรียนรู้จะเปลี่ยนแปลงไปและยกระดับไปอีกขั้น หากเด็กๆ ได้ขีดเขียน เรียนรู้ และร่วมแชร์ความคิดกับเพื่อนๆ บนจอขนาดใหญ่ในห้องเรียน โดยที่พวกเขาไม่ต้องมือเลอะชอล์กอีกต่อไป

ให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก

ประสบการณ์การเรียนรู้ของอาจารย์และนักเรียนมีความแตกต่างกัน ซึ่งการเรียนรู้แบบเดิมมีความท้าทายในเรื่องของการสร้างสรรค์รูปแบบการเรียนรู้ใหม่ๆ และทำให้เป็นเรื่องสนุก อีกทั้งการที่จะให้เด็กหลังห้องมีความสนใจและมีปฏิสัมพันธ์ภายในห้องเรียนก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ เอปสัน จึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการเรียนรู้ ด้วยโซลูชั่นแบบใหม่ที่จะช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมและสนุกกับการเรียนรู้มากขึ้น

มหาวิทยาลัย Van Lang ประเทศเวียดนาม ประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างสรรค์รูปแบบการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ และให้นักศึกษามีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น โดยใช้อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์ของเอปสัน กว่า 140 เครื่อง ทั่วทั้งวิทยาเขต ซึ่งอินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์ของเอปสันนี้ สามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์อื่นเพิ่มเติม และสามารถแชร์ข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย นับว่าเป็นการผสานรวมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยได้อย่างไร้รอยต่อ

สื่อสารกันอย่างมีปฏิสัมพันธ์

อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์ของเอปสัน ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ภายในห้องเรียน โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เราเริ่มวางจำหน่ายอินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์อันทรงพลัง รุ่น EB-1485Fi ซึ่งสามารถเปลี่ยนพื้นผิวเรียบธรรมดา ให้กลายเป็นสาร์ทบอร์ดที่สามารถโต้ตอบได้ โดยใช้ระบบสัมผัสหกจุดหรือปากกาอินเตอร์แอคทีฟในการควบคุมและใช้งาน นอกจากกำแพงผิวเรียบแล้ว อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์ยังสามารถใช้ควบคู่กับหน้าจอแบบกว้างขนาด 16:6 ที่จะช่วยให้สถาบันการศึกษาสามารถเปลี่ยนจากกระดานไวท์บอร์ดธรรมดาให้กลายเป็นสมาร์ทบอร์ด ซึ่งทำให้นักเรียนสามารถควบคุมองค์ประกอบต่างๆ ของหน้าจอ วาดเขียน และเพิ่มข้อความได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์ EB-1485Fi ของเอปสัน ยังฉายภาพสีสันสดใสเสมือนจริงได้ โดยปราศจากแสงจ้าที่อาจทำร้ายดวงตาของนักเรียน และยังสามารถนำโปรเจคเตอร์ 2 เครื่องมาวางต่อกันเพื่อให้ได้หน้าจอขนาดกว้างพิเศษอย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้การต่อโปรเจคเตอร์ 4 เครื่องในหอประชุม ช่วยให้ทุกคนสามารถเห็นภาพหน้าจอได้ทั่วถึงและอย่างชัดเจน

สร้างผู้นำแห่งโลกดิจิทัลในอนาคต

นอกเหนือจากการเรียนการสอนภายในห้องเรียนแล้ว เอปสัน ยังเสาะแสวงหาให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีในโลกแห่งความเป็นจริงได้ ซึ่งในกรณีของมหาวิทยาลัย Van Lang อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์ของเอปสัน ช่วยให้อาจารย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาในการที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้มีความสามารถรอบด้านที่จะเป็นกำลังร่วมในการพัฒนาสังคมต่อไป

เราสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้มากยิ่งขึ้นด้วยความรู้ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์ของเอปสัน ที่ใช้งานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก อีกทั้งคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย Van Lang ยังได้จัดการฝึกอบรมและการสัมมนาเชิงปฏิบัติระหว่างคณาจารย์ด้วยกัน เพื่อแบ่งปันวิธีการใช้อินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์ให้เกิดประสิทธิผลในชั้นเรียน นอกจากนี้ ความพยายามดังกล่าวยังมีส่วนช่วยให้บรรลุเป้าหมายระยะยาว ในเรื่องของการผสมผสานเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบกับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการถ่ายโอนเทคโนโลยี

การเรียนรู้รูปแบบใหม่ในศตวรรษที่ 21 จะเป็นไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดด้วยเทคโนโลยีจากเอปสัน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีการฉายภาพในระยะสั้นแบบพิเศษ การฉายภาพจากคอมพิวเตอร์หลายเครื่องแบบไร้สาย การเข้าถึงอุปกรณ์ระยะไกล และ Miracast® หรือการคัดลอกหน้าจอ และการเชื่อมต่อนักเรียน นักศึกษา และอาจารย์กับเทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ

เห็นอย่างนี้แล้วเกิดสนใจ Interactive Projector อย่าง Epson EB-1485Fi สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th ได้เลยจ้า

วิธีถนอมสายตาจากโปรเจคเตอร์

ในปัจจุบันมีผู้คนใช้โปรเจคเตอร์มาเพื่อนำเสนองาน เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราใช้ “ดวงตา” ของเราในการมองจอรับโปรเจคเตอร์

มาถนอมสายตาด้วยการนั่งให้ห่างจากโปรเจคเตอร์ 2 เมตร หรือเปิดโหมดถนอมสายตาที่ติดมากับโปรเจคเตอร์ หากจ้องนานไป ให้ออกไปยืดเส้นยืดสาย พักสายตาบ้าง

ProjectorPRO มีโปรเจคเตอร์หลายเเบบ หลายขนาดให้ได้เลือกซื้อ มีโปรเจคเตอร์ที่มีโหมดถนอมสายตาด้วย สนใจสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th

Interactive Projector และ Interactive board

ถ้าพูดถึงกระดานอัจฉริยะ ระหว่าง โปรเจคเตอร์ interactive และ Interactive board ที่เรียกได้ว่า หลายคนต้องสงสัย ว่าต่างกันอย่างไร และใช้ต่างวัตถุประสงค์กันหรือไม่

วันนี้เรามีข้อแตกต่างระหว่าง สื่อ 2 ชนิดนี้มาฝากกันค่ะ

โดย Interactive Projector สามารถฉายภาพขึ้นไปที่ผนังที่มีพื้นเรียบ คุณก็สามารถ ใช้นิ้ว หรือปากกาอุปกรณ์ที่มีมาให้ พร้อมเครื่อง สามารถขีด เขียน บนผนังได้เลยโดยไม่ต้องใช้หมึก สี แต่อย่างใด โปรเจคเตอร์อินเตอร์แอคทีฟ ก็สามารถทำได้หมดเช่นเดียวกันอาจจะมากกว่าตรง โปรแกรมเสริมของเครื่องในรูปแบบของเครื่องมือการใช้งานที่หลากหลาย เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่ต้องไปหาบอร์ด ให้ยุ่งยากสามารถใช้งานได้ทันที่ แต่ราคาก็สมตัวเลยที่เดียว

ส่วนจอ Interactive จะสามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายรูปแบบ สะดวกสบายโดยมีการวางระบบ และมีโปรแกรมเครื่องมืออยู่ในตัวซึ่งราคาตอนนี้ก็จะเริ่มในราคาใกล้เคียงกัน

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ร้านของเราก็มีจำหน่ายทั้ง 2 แบบ อยู่ที่ลูกค้าสะดวกจะใช้ เลยค่ะ

ซึ่งหากท่านใดสนใจ Interactive Device ชนิดใดก็ตาม สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th/

วิธีการดูแลรักษาโปรเจคเตอร์

โปรเจคเตอร์เตอร์ในสมัยนี้ถูกใช้ในหลายๆองค์กรมากมายหลายอย่างเช่น การใช้เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน ใช้ในองค์กรใหญ่ๆเพื่อนำเสนองาน เเล้วยังมีโปรเจคเตอร์ที่ใช้สำหรับการดูหนังที่บ้านโดยเฉพาะอีก ต้องเลือกโปรเจคเตอร์ให้ดีเเละเหมาะกับสิ่งที่ต้องใช้งานด้วยนะคะ จะได้คุ้มค่า คุ้มราคา เเละที่สำคัญอีกอย่างหลังจากที่ซื้อโปรเจคเตอร์ที่ถุกใจไปเเล้วนั้น นั่นก็คือการดูเเลรักษาโปรเจคเตอร์หลังจากใช้งานเสร็จนั้นเอง

1. อย่าลืม ปิดเครื่อง !!! เเละรอให้เครื่องเย็นลงก่อนที่จะทำความสะอาดทุกครั้ง

2. ดูเเลรักษาความสะอาดช่องระบายความร้อนอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความร้อนสะสมของฝุ่นที่จะเข้ามาในตัวเครื่อง หากไม่ดูเเล ไม่ทำความสะอาดให้ดี อาจจะทำให้หลอดภาพในการฉายนั้นไหม้ได้เลยนะคะ

2. อุณหภูมิในห้องก็มีส่วนทำให้โปรเจคเตอร์มีอายุในการใช้งานที่สั้นลง ร้อนไปก็ไม่ดี เย็นไปก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นควรติดในที่ๆมีอากาศถ่ายเทค่ะ

3. การติดตั้งโปรเจคเตอร์ควรมีช่างที่ชำนาญงานอย่าง ProjectorPRO ไปให้คำเเนะนำหรือติดตั้งให้นะคะ เพราะมีหลายขั้นตอนในการติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็น ระยะห่งระหว่างโปรเจคเตอร์กับจอ,เจาะฝ้า,วัดจุด,คำนวณระยะฉาย,ต่อรางไฟ ฯลฯ

4. ระวังการตกกระเเทกในการเคลื่อนย้ายโปรเจคเตอร์ เพราะอาจทำให้หลอดภาพของโปรเจคเตอร์เสียหายได้

5. ควรใช้น้ำยาเฉพาะสำหรับทำความสะอาดเลนส์ฉาย และผ้าเนื้อนุ่มที่ไม่เป็นขุยในการเช็คทำความสะอาด ที่หน้าเลนส์ฉายเท่านั้น เพราะถ้าเราใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู่ ในการเช็คอาจจะทิ้งฝุ่นละอองไว้ที่เลนส์เเละสามารถทำให้มองภาพที่ฉายได้ไม่ชัดเจน

สินค้าทุกประเภทหากขาดการดูแลรักษาที่ดี อายุการใช้งานก็จะลดลงไป ซึ่งหลักจากที่เราทราบถึงวิธีการดูแลรักษาแล้ว สนใจที่จะสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th

วิธีแยกประเภท Projector ตามลักษณะของการแสดงภาพ

อยากมีมินิโฮมเธียเตอร์ ใน ปี 2019 เป็นเรื่องง่ายๆ แค่คลิก ปุ๊ป สั่งปั๊ป ติดตั้งเลย แต่ถ้าไม่มีข้อมูลเลย คงจะหาของดีๆไม่ได้แน่

วันนี้เราเลยมีวิธีแยกประเภท Projector ตามลักษณะของการแสดงภาพดังนี้

LCD (Liquid Crystal Display) Projector

นอกจาก จอ LCD ที่เป็นที่นิยมแล้วนั้น LCD Projector ก็นิยมมากใหการใช้นำเสนองานและนำมาใช้เป็นโฮมเธียร์เตอร์ โดย LCD Projector จะยิงผ่าน Panel สี 3 ชุด (Red, Green, Blue) และส่องผ่านชุดเลนส์ส่งเป็นภาพ

ข้อดี
1. ให้ภาพที่สว่าง และมีสีสัน สดใส สวยงาม เสียงพัดลมเงียบ

ข้อเสีย
1. Pixel แต่ละ Pixel มีความห่างกันมากกว่า Projector ชนิดอื่น
2. ความคมของภาพ และความดำของภาพ ยังสู้เครื่องฉายระบบอื่นไม่ได้
3. แผง Panel ของภาพเกิดการเหลื่อมของสีได้ง่ายกว่าระบบอื่น สังเกตง่ายๆ ด้วยการเปิด pattern สีขาว 100% จะเห็นว่าแสดงสีขาวไม่ขาวทั่วกันทั้งจอ

DLP (Digital Light Processing) Projector

เป็น Projectorที่ใช้งานได้หลากหลาย โดยใช้การยิงแสงผ่านวงล้อสี Color Wheel ส่งภาพไปยังชิปแสดงภาพ DMD (Digital Micromirror Device) ที่จะมี กระจกสะท้อนแสงชิ้นเล็กๆ ส่งภาพต่อไปยังชุดเลนส์ ส่งไปยังจอรับภาพ

ข้อดี
1. ราคาไม่แพง แสงสว่างดีมาก
2. ให้ภาพและการเคลื่อนไหวที่ดี สีอิ่ม และสวยงามดูเป็นธรรมชาติ
3. มี Pixel ที่ใกล้กันมากกว่าระบบ LCD ภาพจึงมีความคมชัด

ข้อเสีย
1. ความดำของภาพยังไม่ดำมาก
2. เนื่องจากต้องยิงแสงผ่านวงล้อสี จึงทำให้เห็นแสงรุ้ง (Rainbow Effect) ได้ง่ายแต่ DLP Projector รุ่นใหญ่ๆแก้ไขด้วยการเพิ่ม Speed ของ Color Wheel ให้สูงขึ้นถึง 6X จึงไม่มีปัญหานี้
3. บางรุ่นมีความร้อนสูงพัดลมจึงทำงานเสียงดัง

LCOS (Liquid Crytal On Silicon) Projector

เป็นการรวมข้อดี ของ LCD และ DLP ซึ่งจะใช้การสะท้อนแสงของสีทั้ง 3 Panel (Red, Green, Blue) และใช้การสะท้อนแผ่น Liquid Crystal แทนการสะท้อนกระจกเงาบนชิป DMD จึงให้ภาพที่มีคุณภาพสูงกว่า LCD และ DLP

ข้อดี
1. มี Pixel ที่ชิดกันมากจึงมองไม่เห็น Screen Door หรือช่องว่างระหว่าง Pixel
2. ให้ภาพที่สวยงาม และสีสันสดใส โดยเฉพาะคอนทราสท์และความดำของภาพที่ดีมากกว่าระบบ LCD และ DLP อย่างชัดเจน
3. การทำงานของเครื่องที่เงียบมากๆ

ข้อเสีย
1.ราคาสูงเมื่อเทียบกับระบบอื่นมีโอกาสเกิดการเหลื่อมของสีเพราะประกอบด้วย Panel 3 ชุดไม่เหมือนระบบ DLP ที่เป็น Single Chip
2.แสงสว่างน้อยเมื่อเทียบกับบระบบอื่น จึงไม่เหมาะกับการใช้งานในห้องที่มีแสงรบกวนหรือการใช้ร่วมกับจอรับภาพที่มีขนาดใหญ่มากๆ

Laser Projector

นวัตกรรมล่าสุดของ Projector ที่นำเลเซอร์มาใช้ แทนหลอดภาพ จึงทำให้มีความสว่างที่ดี และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดภาพแบบทั่วไป ซึ่งการใช้ Laser แบ่งป็น 2 ระบบ

– ระบบแรก ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ Dual Laser Light Sourceใช้ Blue Laser Diode แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกจะยิงแสงสีน้ำเงินส่งไปที่ Blue LCD Panel โดยตรง ในขณะที่แสงสีน้ำเงินจาก Blue Laser Diode ชุดที่สอง จะยิงผ่านแผ่นสะท้อน (Yellow Phosphor) ออกมามาเป็นแสงสีเหลือง ซึ่งแสงสีเหลืองนี้ก็จะถูกกรอง และแยกออกเป็นแสงสีแดง และแสงสีเขียว ก่อนจะส่งไปรวมยัง Red และ Green LCD Panel แล้วส่งเป็นภาพผ่านเลนส์ไปฉายที่จอรับภาพ

– ระบบที่สองโดยหลักการยิงแสงจะคล้ายกับ ระบบแรก จะใช้เป็น Blue Lasers ยิงแสงสีฟ้าไปที่กระจกสะท้อนแสง และยิงแสงอีกส่วนหนึ่งส่งมาที่วงล้อ Phospor ให้ออกมาเป็นแสงสีเหลือง เพื่อเปลี่ยนเป็นสีเขียวและสีแดงส่งต่อไปยังแผง DILA Panel และสร้างเป็นภาพส่งผ่านเลนส์ไปฉายยังจอรับภาพ

ข้อดี
1. มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
2. สีสันดีกว่าระบบอื่น
3. Contrast และ Black Level ดีกว่าระบบอื่น
4. การทำงานของเครื่องเงียบ และประหยัดพลังงาน

ข้อเสีย
1. ราคาของเครื่องยังสูงมากเมื่อเทียบกับเครื่องฉายระบบอื่น

เป็นอย่างไรกันบ้างพออ่านแล้วน่าจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีโปรเจคเตอร์กันไม่มากก็น้อย ซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถเข้าไปเช็ค Spec หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจคเตอร์รุ่นต่างๆ ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector.html

EPSON “True color”

โปรเจคเตอร์ที่มีสีสวย คมชัด สบายตา ด้วยภาพที่มีค่าความสว่างของแสงสี เสมือนจริงมากที่สุดรุ่นหนึ่ง ทำให้ผู้รับชมได้ชมคุณภาพของภาพที่ดีที่สุดเก็บทุกรายละเอียด เสมือนจริงมากที่สุด ผู้รับชมสามารถได้อย่างเพลิดเพลินตา

True Brightness ด้วยการให้ความสว่างของสีมากถึง 3 เท่า ทำให้ภาพที่ปรากฏออกมามีลักษณะเหมือนจริงมากที่สุด เพราะสามารถสร้างสีได้เสมือนจริงและมีความสว่างของภาพได้อย่างดีเยี่ยม

True Comfort เป็น projector ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพสีได้ดีมากที่สุด ทำให้ไม่มีแสงรุ้งมารบกวนสายตาของท่านผู้ชมแน่นอน

True Realism ให้แสงสีขาวสว่างเท่ากัน มีความสว่างสู้แสงจากภายนอกได้ดี เนื่องจากมีแหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์สร้างสี RGB ที่สมดุลและกว้างขึ้นถึง 3 เท่า ทำให้ภาพมีชีวิตชีวา มีความเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น

เห็นอย่างนี้แล้วสนใจอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าในแต่ละรุ่นของ Epson Projector สามารถรับชมได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

วิธีการใช้งานการเชื่อมต่อ Wi-Fi โปรเจคเตอร์ Viewsonic X10-4K

สวัสดีครับ วันนี้กระผมนาย TOFU จะมาแนะนำ วิธีการใช้งานการเชื่อมต่อ Wi-Fi ของเจ้าตัวโปรเจคเตอร์ Viewsonic X10-4K เพื่อให้เราสามารถใช้งานเปิดคอนเทนต์วิดีโอผ่าน Youtube, เปิดเข้าเว็ป Internet แบบไร้สาย, เปิด Netflix ผ่านแอพพลิเคชั่นภายในเครื่อง จะได้ไม่ต้องมายุ่งกับสาย LAN ที่คอยเกะกะเราในเวลาที่ใช้งาน พกพาไปนอกสถานที่ และทำให้เราสะดวกต่อการใช้งานด้วยครับ

โดยวิธีการเชื่อมต่อ Wi-FI ของตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ Viewsonic X10-4K นั่นก็ทำได้ไม่ยาก มีเพียง 4 ขั้นตอนเพื่อเปิดการใช้งานเท่านั้นเองงั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

1. เสียบ Wi-Fi Dongle ที่แถมมาให้ในกล่อง เข้ากับช่อง Wi-Fi Dongle ที่ด้านหลังตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ Viewsonic X10-4K

2.เข้าที่เมนู Home > Setting > Network Settings > Wi-Fi ตามนี้เสร็จแล้ว กดปุ่มเลื่อนซ้าย หรือ ขวา ที่รีโมทคอนโทรล เพื่อเปิดให้เป็นการใช้งานให้เป็น ON

3.เชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับ Wi-Fi ที่บ้าน, ที่ทำงาน หรือ ฮอตสปอตมือถือที่เราต้องการจะใช้งาน

4. ใส่รหัสผ่านที่ถูกต้อง เสร็จแล้วกด Connect เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
*ในส่วนนี้ถ้าหากเรามีการ “บันทึก” เครือข่ายนั้นไว้ เมื่อเครื่องโปรเจคเตอร์อยู่ในบริเวณใกล้เคียงและเปิด Wi-Fi อยู่ อุปกรณ์ก็จะเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติครับ

จบไปแล้วครับสำหรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ของโปรเจคเตอร์ Viewsonic X10-4K สำหรับครั้งหน้าผม TOFU จะไปซนโปรเจคเตอร์ตัวไหนอีก หรือว่า ยังอยู่กับเจ้า X10-4K ตัวนี้อยู่ โปรดติดตามกันด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อนสวัสดีครับ

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ Projector Viewsonic X10-4K ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/viewsonic/viewsonic-x10-4k.html

ความละเอียด Resolution และ อัตราสัดส่วนภาพคืออะไร?

Resolution คือ ความละเอียดของภาพ โดยจะเป็นตัวเลขสองจำนวนคูณกัน โดยเป็นจำนวน Pixel ต่อขนาดของจอ โดยจำนวนแรกจะเป็น ขนาดของ แนวกว้างของภาพที่ฉายและ เลขจำนวนหลังเป็น ขนาดแนวสูงของภาพที่ฉาย
อัตราส่วนของภาพ (Aspect Ratio) คือ อัตราส่วนระหว่างแนวกว้างของภาพต่อแนวสูงของภาพ

เรามักจะพบความละเอียดของโปรเจคเตอร์อธิบายกับทั้งตัวเลขและตัวย่อความละเอียดที่สูงขึ้นหมายถึงภาพละเอียดมากขึ้นซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นขนาดของภาพฉายที่ได้ แบ่งเป็นระดับดังนี้
SVGA (800 x 600) : ความละเอียดดีปานกลางราคาไม่แพงและคุณภาพสมราคา เหมาะกับการนำเสนอ Presentation รูปภาพ วิดีโอ
XGA (1024 x 768) : นี่คือความละเอียดที่เหมาะสำหรับการนำเสนอ Presentation รูปภาพ
WXGA (1280 x 800) : ความละเอียด XGA ในรูปแบบ Widescreen เหมาะสำหรับการนำเสนอภาพ ตัวเลข ตัวอักษร
Full HD (1920 x 1080) : ความละเอียดนี้สำหรับคอหนังที่ต้องการภาพคมชัดดูหนังได้อย่างสะใจ เป็นความละเอียดในด้านการฉายภาพยนต์ จะเป็น Resolution ที่มีเฉพาะใน Series Home Theater
WUXGA (1920 x 1200) : ความละเอียดนี้สำหรับคอหนังเช่นเดียวกันกับ Full HD แต่เป็นอัตราส่วน Scale (16:10) เหมาะสำหรับการนำเสนอภาพที่มีรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ เยอะ อย่างเช่น ความคมชัดของตัวอักษร, ตัวเลข, กราฟ, งานเส้น, แบบแปลน 
UHD (4K) (3840 x 2160) : ความละเอียดนี้คมชัดพิเศษสุดๆ ที่หลายๆคนเรียกกันว่าคมชัดระดับ 4K เหมาะสำหรับการรับชมภาพยนต์ ภายในบ้าน ภาพนั้นมีความคมชัดละเอียด ดูสมจริง *อย่างไรก็ตาม ในทางเทคนิคแล้ว คำว่า 4K จริง ๆ แล้วหมายถึงมาตรฐานการถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีความละเอียด 4,096 x 2,160 พิกเซล (ซึ่งมากกว่า UHD ที่กล่าวไปข้างต้นเล็กน้อย) แต่ในด้านการโฆษณา แบรนด์ต่าง ๆ ก็มักจะใช้คำว่า 4K กับ UHD แทนกัน ดังนั้นคำว่า 4K หรือ UHD (Ultra High definition) ก็มีความหมายไม่แตกต่างกันแต่อย่างใดค่ะ

นอกจากนี้แล้ว โปรเจคเตอร์ 4K บางรุ่น ก็จะมีระบบ Upscale ที่ช่วยยกระดับความคมชัดและรายละเอียดของภาพในระดับ Full HD ปกติ ให้ขึ้นมาอยู่ในระดับระดับที่ใกล้เคียงกับ 4K ได้ โดยการปรับรายละเอียดและความคมชัด รวมถึงทำการลบ Noise ในภาพให้อัตโนมัติ ภาพที่ได้จึงออกมาใกล้เคียงกับความละเอียดแบบ 4K แม้ว่าต้นฉบับจะเป็นความละเอียดระดับ Full HD ก็ตาม

by TOFU

หลังจากที่ทราบรายละเอียดกันแล้วสนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Laser Projector คืออะไร?? วันนี้เรามีคำตอบ

LaserProjector หมายถึง เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ให้แหล่งการจ่ายไฟจากเลเซอร์ แทนการใช้หลอดฉายแบบธรรมดา โดยมีหลัการ ลักษณะการทำงานดังนี้ครับ

Laser/Phosphor (LCD/LCoS) : ถูกใช้ใน LCD/LCoS projectorโดยอาศัย Laser/Phosphor light system เป็นตัวสร้างความสว่างที่มีโครงสร้างการทำงานคล้ายกับแบบที่ใช้กับ DLP projector นั่นเอง แต่แทนที่จะให้แสงเลเซอร์ยิงสะท้อนชิป DMD+color wheel ก็เปลี่ยนมาเป็นทะลุผ่านชิป LCD หรือสะท้อนผ่านชิป LCoS ที่แยก 3 แม่สีคือน้ำเงิน–เขียว และแดง

นอกจากนั้น ผู้ผลิตโปรเจคเตอร์บางยี่ห้ออย่างเช่น Epson ซึ่งใช้เทคนิคLaser/Phosphor ร่วมกับ LCoS ก็ได้มีการออกแบบเทคนิคพิเศษของตัวเองเพิ่มเติมเข้าไป นั่นคือ เพิ่มเติมลำแสงเลเซอร์สีน้ำเงินขึ้นมาเป็น 2ลำแสง แล้วบังคับให้ลำแสงหนึ่งวิ่งผ่านระบบ light engine โดยไม่ถูกเปลี่ยนแปลงใดๆ ในขณะที่อีกลำแสงถูกบังคับให้ผ่านวงล้อฟอสเฟอร์สีเหลือง ซึ่งแยกลำแสงเลเซอร์สีน้ำเงินออกเป็นสีแดงและสีเขียว ไปรวมกับลำแสงสีน้ำเงิน กลายเป็นแม่สีน้ำเงิน, เขียว และแดง ก่อนจะไปวิ่งผ่านระบบlight engine ส่วนที่เหลือและทะลุออกไปเป็นภาพบนจอ

ข้อดีของ เลเซอร์ โปรเจคเตอร์ ก็คือ อายุการทำงานของ Solid Light Sources ที่ทำหน้าที่ ส่องสว่าง มีช่วงอายุการใช้งานของโปรเจคเตอร์ยาวนานกว่าโปรเจคเตอร์แบบหลอดดั่งเดิม บางรุ่นอาจจะมีอายุถึง 30,000 ชั่วโมง (โดยเฉลี่ยขึ้นไป) และ การดร๊อปหรือแสงสว่างที่ลดลง จะเป็นไปอย่างช้าๆ (ซึ่งเมื่อเทียบกับหลอดฉายแบบดั่งเดิม), ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา, แสงที่สม่ำเสมอ, อายุการใช้งานยาวขึ้น, สีสรรคงที่, การใช้งานแบบต่อเนื่อง ได้ตลอด, สามารถลดความสว่างลงได้, ความสม่ำเสมอของความสว่าง บนจอ ดีขึ้น (Better brightness uniformity), มีรายละเอียด ความคมชัด และ โทนสี ที่ดีและกว้างขึ้น, ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยความร้อน, ปราศจากสารปรอท

โดยในปัจจุบันเทคโนโลยี Laser นี้ ก็เริ่มมีมากมายหลายยี่ห้อ เช่น Acer, BenQ, Epson, BenQ, Viewsonic, Sony, Panasonic ฯลฯ ซึ่งถ้าเทียบกับเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว เทคโนโลยี ระบบ Laser จะมีอยู่ในเฉพาะ รุ่นที่ระดับสูงๆ เท่านั้นครับ

สนใจสั่งซื้อ Laser Projector จากแบรนด์ต่างๆได้ที่ https://projectorpro.in.th

การดูแลรักษา โปรเจคเตอร์

ปัจจุบันโปรเจคเตอร์นั้นมีส่วนสำคัญต่อการ ทำงานเป็นอย่างมาก บางคนอาจจะใช้งานเครื่องโปรเจคเตอร์มาไม่น้อยกว่า 5,000 ชั่วโมง หรือบางคนอาจจะ ใช้งานเครื่องวันละ 4-5 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

บางครั้งเราอาจจะใช้งานโปรเจคเตอร์หนัก และไม่ได้ดูแลรักษาที่ดี แต่อย่างไรก็ตามเครื่องโปรเจคเตอร์ก็ยังเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีการดูแลรักษาเป็นพิเศษเช่นกัน ดังนั้นวันนี้ ทีมงาน ProjectorPRO จึงขอนำเทคนิคเล็กน้อยๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานของโปรเจคเตอร์ให้นานขึ้น มาฝากกันค่ะ

• ก่อนจะลงมือทำความสะอาด ควรจะปิดเครื่องก่อนทุกครั้ง!!
• หลีกเลี่ยงอย่าปล่อยให้โปรเจคเตอร์ โดนฝุ่นควัน โดยตรง เพราะอาจจะทำให้อายุการใช้งานนั้นสั้นลง
• ระวังอย่าให้ เครื่องโปรเจคเตอร์ตก จากโต๊ะหรือได้รับการกระแทก ตุบตับๆ แรงๆ เพื่อป้องกันหลอดภาพเสียหาย
• การติดตั้งโปรเจคเตอร์ แบบแขวนบนเพดานในที่สูง ควรอย่างยิ่งที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ เพราะการที่จะต้องแขวนเครื่องบนเพดาน มันจะต้องมีหลายขั้นตอน เช่น เจาะฝ้า,วัดจุด,คำนวณระยะฉาย,ต่อรางไฟ ฯลฯ
• ควรรักษาความสะอาด ช่องระบายความร้อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความร้อนสะสมขณะที่ใช้งาน เพราะฝุ่นที่อัดแน่นอยู่ทางช่องลม ทำให้เครื่องไม่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หนักสุดก็อาจจะทำให้หลอดภาพถึงขั้นไหม้ได้เลย
• ควรใช้น้ำยาเฉพาะสำหรับทำความสะอาดเลนส์ฉาย และผ้าเนื้อนุ่มที่ไม่เป็นขุยในการเช็คทำความสะอาด ที่หน้าเลนส์ฉายเท่านั้น เพราะถ้าเราใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู่ ในการเช็คอาจจะทิ้งฝุ่นละอองไว้ที่เลนส์ได้

ติดตามเทคนิคหรือคำแนะนำต่างๆ ในการใช้งานโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th