คลังเก็บรายเดือน: มิถุนายน 2018

Review Projector Epson EB-970

มาแล้วจ้ากราบสวัสดี มิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน วันนี้กระผมนาย TOFU ขอรับหน้าที่อาสาพาทุกท่านไปพบกับ โปรเจคเตอร์ รุ่นใหม่ล่าสุดของทาง Epson ซึ้งมันก็คือรุ่น EB-970 เป็น business projectors ที่มีฟีเจอร์และฟังค์ชั่นครบครัน เหมาะแก่การนำไปใช้ในห้องประชุมขนาดกลาง หรือ ห้องเรียนที่จุผู้ชมได้มากถึง 100-250 คน สะดวก ใช้งานง่าย แถมยังมีค่าความสว่างที่สูงถึง 4,000 lm สามารถฉาย Presentation สู้แสงสว่างภายในห้องได้สบายๆ แถมระยะเวลาของหลอดฉายยังอึดใช้ได้ยาวนานถึง 12,000 hours อีกด้วย

Design

ดีไซน์ เรียบหรูตามแบบของ Epson สีขาวคลีนๆ เรียบง่ายไม่กลัวสกปรก ขนาดกะทัดรัด ไม่ยุ่งยากซับซ้อนเวลาใช้งาน

 

ลักษณะเลนส์ฉายของตัวนี้จะจัดวางไว้ทางด้วนขวาของตัวเครื่อง (ถ้าเรามองมาจากด้านหน้า) สามารถเลื่อนเปิด-ปิด ฝาหน้าได้ด้วยก้านที่อยู่เหนือเลนส์ฉาย

 

Easy Click จะอยู่บริเวณด้านล่างของตัวเครื่อง แค่กดก็สามารถปรับระดับการเงยของโปรเจคเตอร์

 

เกลียวหมุน ที่อยู่บริเวณทางด้านขาหลัง สามารถหมุนปรับความสูง-ต่ำ ที่ช่วยในเรื่องของการปรับมุมของภาพ

 

Home Screen เป็นปุ่มคีย์ลัดที่รวบรวมเมนูที่ต้องใช้งายบ่อยมาไว้ที่ปุ่ม Home เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานด้านบนของตัวเครื่องจะมีปุ่ม Menu ควบคุมการตั้งค่าต่างๆ พร้อมไฟแสดงโชว์สถานการณ์ทำงาน

 

และด้านบนของเลนส์ฉาย จะมีวงแหวนปรับโฟกัสและมีก้านปรับการระยะซูมแบบแมนนวลอยู่ข้างๆกัน

 

“Horizontal Keystone” ที่ตัวเครื่องโปรเจ็คเตอร์จะมีแถบเลื่อนเพื่อปรับสี่เหลี่ยมคางหมูในแนวนอน แบบสไลด์ซ้าย-ขวาเป็นเทคโนโลยีพิเศษเฉพาะของ EPSON ที่ทำให้เราสามารถปรับภาพได้อย่างรวดเร็วละเอียดและแม่นยำ แม้จะตั้งอยู่ในพื้นที่จำกัด

 

ช่องระบายอากาศของรุ่นนี้จะอยู่ทางด้านหน้า แทนการอยู่ข้างๆ ซึ่งข้อดีของมันเลยก็เพื่อป้องกันไม่ให้ลมร้อนไปโดนกับคนที่นั่งบริเวณด้านข้างของตัวเครื่องนั่นเอง

 

Port

– USB 2.0 Type A x 1 สามารถเชื่อมต่อกับตัว Wifi Dongle ที่ช่องนี้, เชื่อมต่ออุปกรณ์ USB memory หรือกล้องดิจิตัลและแสดงภาพ ผ่าน PC Free, เชื่อมต่อกับอุปกรณ์กล้อง, เชื่อมต่อกับ Wireless LAN unit เชื่อมต่อกับ Quick Wireless Connection USB Key
– RS-232C (Recommended Standard-232) เป็นช่องการเชื่อมต่อสมัยแรกๆที่ใช้กัน
– Lan RJ45 สามารถเชื่อมต่อควบคุมระบบการเปืด-ปิดการทำงานทั้งหมด หรือเปิดใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้ผ่านทาง Computer
– VGA in (2x) ช่องเชื่อมต่อจาก PC, Notebook มาเข้ากับโปรเจคเตอร์
– VGA out ส่งสัญญาณภาพออกไปที่โปรเจคเตอร์ตัวอื่น
– HDMI1 (High Definition Multimedia Interface) ส่งสัญญาณได้ทั้งภาพและเสียง
– HDMI2 (MHL) ระหว่างที่เราทำการเชื่อมต่อ โทรศัพท์มือถือกับเครื่องโปรเจคเตอร์ ผ่านทางสาย MHL ก็จะมีการชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี่ของ โทรศัพท์มือถือ ไปในตัว
– Composite in สัญญาณนี้ส่วนใหญ่มาจากกล้องถ่ายวีดีโอและเครื่องเล่น/บันทึกภาพเป็น VCD กับ DVD หรือ BlueRay
– Component in (2x) สัญญาณจากเครื่องเล่น DVD ที่สัญญาณเป็น Y CbCr หรือไม่ก็ YPbPr ซึ่งคล้าย ๆ กับสัญญาณ Component Digital
– Stereo mini jack audio out สัญญาณเสียงที่มี Jack Stereo ขนาด 3.5 mm เพื่อออกไปสู่เครื่องเสียงภายนอก
– Stereo mini jack audio in (2x) เชื่อมต่อเสียงจากอุปกรณ์ที่ต่อจากภายนอกเข้าเครื่องโปรเจคเตอร์
– MHL (Mobile High-Definition Link) ใช้การเชื่อมต่อแบบห้าขา เพื่อทำการนำส่งสัญญาณภาพระดับคุณภาพ 1080p, เสียงระดับคุณภาพ 192khz และเสียงเซอร์ราวด์แบบ 7.1 channel.
– Microphone input ส่งสัญญาณเสียงจากไมโครโฟน ช่องขนาด 3.5

Built-in Speaker

ลำโพงขนาด 16W ให้เสียงที่ดังฟังชัด แม้จะตั้งเครื่องไว้ในห้องที่มีขนาดใหญ่

 

รีโมทคอนโทรล สำหรับควบคุมการสั่งการจากระยะไกล รีโมทตัวนี้จะไม่มีไฟ Backlit แต่สามารถใช้งานรีโมทคอนโทรลในรูปแบบเมาส์เพื่อ เป็นตัวชี้ลูกศรระหว่างแสดงภาพได้

 

Feature

สามารถฉายภาพจากคอมพิวเตอร์ได้พร้อมกันหลายเครื่อง ผ่านเครื่องโปรเจคเตอร์เพียงเครื่องเดียว

มีปุ่ม Home Screen ทำให้ง่ายต่อการตั้งค่าเครื่องโปรเจคเตอร์

 

WIFI รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายสะดวกใช้งานง่ายต่อการแสดงผลผ่านมือถือ สะดวก ง่าย เพียงแค่มี อุปกรณ์เสริมอย่าง “ELPAP10” เป็นอุปกรณ์เสริมในการเชื่อมต่อสัญญาณ WIFI

ระบบ 3LCD จะไม่ทำให้ภาพมองเห็นเป็นสีรุ้งหรืออาการที่เรียกว่า rainbow effect

เทคโนโลยี 3LCD จะแยกแสงสีออกเป็น 3 สีได้แก่ สีแดง,เขียว,สีน้ำเงิน(RGB) ก่อนจะรวมกับมาที่เลนส์ฉาย จึงทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า Projector ตัวนี้สามารถฉายภาพที่ให้ช่วงสีได้กว้างกว่าถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์ทั่วไปๆ แบบ 1-chip DLP รวมถึงให้ค่าความสว่างของแสงสีที่สมจริง ลื่นไหล คมชัดสวยงามมากกว่าแน่นอนครับและยังลดอาการ rainbow Effect ของจอภาพอีกด้วย

ประหยัดพื้นที่ในการฉายลง

ระยะการซูมภาพ 1.6X ทำให้ช่วยลดปัญหายุ่งยากเรื่อง ข้อจำกัดด้านระยะฉาย, ฉายได้ภาพที่ใหญ่ขึ้นในทุกพื้นที่ ถ้าเกิดเราตั้งตัวเครื่องฉายห่างจากหน้าจอ 2.75 เมตรจะทำให้เราได้ภาพใหญ่ขนาด 60”

Quick Corner ฟังก์ชั่นง่ายๆที่มีประโยชน์มากสำหรับการฉายภาพ โดยการปรับมุมได้ทุกมุม เพื่อให้เข้ากับเฟรมหรือจอหรือแก้ไขบางมุมที่ไม่สมดุล

H/V- Keystone ปรับสัดส่วนภาพทางแนวนอนและแนวตั้งได้อย่างอิสระ ด้วยการกดปุ่มแค่ครั้งเดียว

 

Picture

Epson EB-970 มี Native Resolution อยู่ที่ 1024 x 768 (XGA) อัตราส่วนเป็นแบบ 4 : 3 แต่สามารถตั้งค่าให้ฉายแบบ Wide Screen ได้ด้วยเพียงแค่กดที่เมนูในปุ่ม Home ฉายภาพได้ใหญ่ตั้งแต่ 30” ไปจนถึง 300” และค่าความสว่างที่สูงถึง 4,000 lumens จึงทำให้เราไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของการฉายภาพในห้องที่มีแสงสว่างมาก(แสงจากภายนอกหรือแสงสว่างภายในบ้าน) เพราะภาพที่ได้นั้น ยังมีความคมชัดในระดับที่ดีไม่จืดชืด หรือสีซีดจางจนมองภาพไม่รู้เรื่อง

ความคมชัด(Contrast)จะอยู่ที่ 15000:1 ทำให้ภาพนั่นยังมีคมชัด ยังมองเห็นรายละเอียดต่างๆได้ชัดเจน

 

ถึงแม้ตัวหนังสือจะตัวเล็ก แต่ก็ไม่ทำให้ตัวหนังสือนั้นเบลอ หรืออ่านยากเลยแม้แต่น้อย

 

ลองเปิดไฟในห้องให้สว่างบวกกับเปิดหน้าต่างรับแสงจากข้างนอกตอนบ่าย 2 ภาพที่ได้นั้นไม่ซืดจางขาวโพลนจนมองไม่เห็น ตัวหนังสือยังมองเห็นชัด (ว่าแต่มาหาไรอ่านใน Pantip ตอนบ่าย2 กันหว่า)

What’s in the box

อุปกรณ์ที่มาในกล่องจะมี ตัวเครื่อง, รีโมทคอนโทรลกับถ่านแบตเตอรี่ 1 ก้อน, Power Cord ปลั๊กไฟ (3M) 1 เส้น, User Manual กับ CD, Quick Start Guide, ใบรับประกันสินค้า และแถม กระเป๋าสำหรับใส่โปรเจคเตอร์ มาให้ด้วยครับ

สรุป

รวมๆแล้ว Epson EB-970 รุ่นนี้ก็น่าสนใจดีในเรื่องของฟีเจอร์ที่จัดเต็มไม่น้อย สำหรับคนที่ต้องการ Projector ดีๆสักเครื่อง เอาไว้สำหรับพรีเซ็นต์งานแล้วล่ะก็ รุ่นนี้จะตอบโจทย์มากเป็นที่สุด สามารถที่จะนำเสนอ งานผ่านหน้าจอมือถือทันทีหรือ การส่งสัญญาณภาพผ่าน WIFI, การฉายภาพจากคอมพิวเตอร์ได้พร้อมกันหลายเครื่อง ผ่านเครื่องโปรเจคเตอร์เพียงเครื่องเดียว, ช่องต่อ HDMI ที่มีมาให้ถึง 2 ช่อง และค่า Brightness ที่สูงถึง 4,000 lumens ทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของแสงรบกวนจากภายนอก, ระยะการใช้งานของหลอดภาพที่อึดถึกทนถึง 6000 ชั่วโมง(โหมดปกติ) 12,000 ชั่วโมง(ในโหมด Economy) แถมราคาของเจ้านี้ก็สามารถหยิบจับได้ง่ายอีกด้วย โดยราคาปัจจุบัน 39,900.- เท่านั้นเอง(ราคาในวันที่ 30-6-2018) สามารถติดต่อร้าน Projectorpro ได้ทุกสาขาเลยครับ

สนใจสั่งซื้อ Projector Epson EB-970 ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

Review Projector Viewsonic PX747-4K

สวัสดีครับ วันนี้ขอนำเสนอรีวิวโปรเจคเตอร์จาก LCDTVTHAILAND ครับ โดยในปีนี้ตลาดวงการโปรเจคเตอร์เข้มข้นอย่างมาก โดยเฉพาะตลาด 4K HDR Projector งบไม่เกิน 50,000 บาท! อ่านกันไม่ผิดหรอกครับ 50,000 บาท ด้วยระดับราคาขนาดนี้ ขอบอกได้เลยว่าวงการทีวีมีร้อนๆ หนาวๆ กันแน่นอน เพราะด้วยราคาเท่ากัน โปรเจคเตอร์สามารถให้ขนาดจอได้ใหญ่กว่า เต็มตากว่าเยอะ

ซึ่งพระเอกรีวิวนี้คือ Viewsonic PX747-4K มีเทคโนโลยีการฉายภาพแบบ DLP ความละเอียด 4K (3840 x 2160) วางจำหน่ายในราคาสุทธิที่ 49,990 บาท นับเป็น 4K HDR Porjector รุ่นเริ่มต้นที่ใครหลายคนสามารถซื้อหามาติดห้องได้ไม่ยาก แถมยังมีลำโพงติดมาในตัวเครื่องให้ด้วยนะ

 

สเปคเบื้องต้นของ ViewSonic PX747-4K

– Resolutions 4K 3840 x 2160
– Support HDR
– DLP Technology
– Keystone : ±40° (Vertical)
– Optical Zoom : 1.2x
– Image Size : 30″ – 300″

Design – การออกแบบ

ตัวเครื่อง Viewsonic PX747-4K เป็นสีขาวด้าน มีขนาดกำลังพอดีไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป บริเวณด้านหน้าเป็นส่วนของเลนส์ฉาย เหนือเลนส์ฉายจะมีวงแหวนสำหรับปรับซูม และโฟกัสอยู่ด้วย โดยการซูมจะเป็นการซูมแบบ Optical 1.2x นอกจากนี้แล้วที่ด้านบน ยังมีปุ่มคีย์แพดจัดวางไว้ด้วย ซึ่งแต่ละปุ่มที่ให้มาเพียงพอต่อการสั่งงานโปรเจคเตอร์ได้อย่างสบาย

ส่วนบริเวณด้านข้างซ้าย / ขวา ของเครื่องจะมีพัดลมสำหรับระบายความร้อนอยู่ ระดับความดังของพัดลมขณะที่เปิด Eco นั้นจะอยู่ที่ราว 27dB ซึ่งจริงๆ แล้วถึงไม่ต้องเปิดโหมด Eco ก็เงียบอยู่แล้ว พอเปิดเสียงจากชุดลำโพง หรือแม้แต่ลำโพงที่ติดมากับตัวเครื่อง Viewsonic PX747-4K ก็แทบจะไม่ได้ยินแล้ว ดังนั้นไม่ต้องซีเรียสเรื่องระดับความดังของพัดลมแต่อย่างใด

ตัวเครื่องเป็นสีขาวด้าน วางวงแหวนโฟกัสไว้ที่ด้านหน้าตรงเลนส์ฉาย ปุ่มควบคุมต่างๆ อยู่ด้านล่าง

 

ด้านข้างซ้าย/ขวา มีช่องสำหรับพัดลมเพื่อระบายความร้อน

 

วงแหวนซูมและโฟกัสด้านบน

 

ด้านซ้ายสีดำเป็นปุ่ม Power ส่วนด้านขวาเป็นแผงปุ่มฮาร์ดคีย์สำหรับควบคุมเครื่อง

 

Connectivity – ช่องต่อ

ช่องต่อทั้งหมดของรุ่นนี้จะถูกจัดวางที่ด้านหลัง โดยมีพอร์ต HDMI ให้มาด้วยกันสองช่อง โดย HDMI 1 และ HDMI 2 ไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกัน โดย HDMI 1 นั้นจะรองรับสัญญาณ HDCP 2.2 ว่าง่ายๆ ไปกว่านั้นก็คือ หากอยากจะอินพุตสัญญาณ 4K HDR ก็ให้ต่อสาย HDMI ที่ช่อง HDMI 1 ส่วน HDMI 2 ก็ให้รับสัญญาณภาพ Full HD ปกติไป

สายไฟ IEC สามขา สามารถถอดเปลี่ยนได้

ช่องต่อทั้งหมดของ Viewsonic PX747-4K
1. HDMI x 2 (HDCP 2.2 x 1 + HDMI 1.4 x 1)
2. VGA
3. Audio In/Out
4. Mini USB (For Service)
5. RS232
6. USB
7. Trigger

รีโมทของ Viewsonic PX747-4K ขนาดพอดีมือ มีไฟในตัว

 

Picture – ภาพ

ระยะฉายของ Viewsonic PX747-4K จะมี Throw Ratio อยู่ที่ 1.47-1.76 ให้ภาพได้ขนาด 30” – 300” โดยถ้าหากอยากฉายภาพกับจอฉายขนาด 100” ระยะฉายก็จะอยู่ที่ 3.26เมตร ซึ่งถือเป็นช่วงมาตรฐานสำหรับห้องโฮมที่ต้องการใช้โปรเจคเตอร์ แน่นอนว่าจะเอาใกล้กว่านั้นก็ไม่ว่ากัน เพียงแต่ขนาดจะเล็กลงเท่านั้นเอง (ระยะฉายใกล้ที่สุด 0.97เมตร) ซึ่งจอที่เล็กลงสัก 90” ก็มีข้อดีคือภาพจะมีความสว่างมากกว่าแบบ 100” (เลนส์รวมแสงได้มากกว่า)

ในตัวเครื่องจะมีเมนูกริดไลน์ (เส้นตาราง) เพื่อเรียกดูระยะฉายภาพของโปรเจคเตอร์ทั้งแนวตั้งและแนวนอนอยู่แล้ว ทำให้ง่ายต่อการติดตั้ง และถึงแม้ว่าจับเครื่องมาวางแล้วได้ขนาดภาพไม่พอดีกับจอฉาย ก็ไม่ต้องไปขยับอะไรมากมายนัก เพราะเราสามารถ Zoom In/Out ได้อยู่แล้ว รวมไปถึงยังมี Keystone ให้ปรับด้วยถือว่ายืดหยุ่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ หากระดับความสูง ของตัวเครื่องไม่พอดี ที่ฐานรองด้านล่างสามารถปรับหมุนยกระดับได้ด้วย

หลังจากเซทอัพกันไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้มาถึงช่วงที่รอคอย คือการชมภาพของ ViewSonic PX747-4K กันบ้าง ในการทดสอบ ผมขอเริ่มจากการดูภาพผ่านทางเครื่องเล่น 4K Blu-ray Player อย่าง Oppo UDP-205 กันก่อนเลย โดยเรื่องที่ใช้ทดสอบ เป็นภาพยนตร์เรื่อง Wonder Woman ซึ่งซีนที่ใช้จะเป็นช่วงที่นางเอกของเรา สู้กับเทพเจ้า Ares (เอเรส)

สาเหตุที่เลือกฉากนี้เพราะต้องการดูแสงสี ประสิทธิภาพของ HDR กับความสว่างระดับ 3500 lumens และภาพเคลื่อนไหวโดยเฉพาะ ความเจิดจรัสในตอนที่ Wonder Woman ใช้บ่วงบาศก์แห่งสัจจะฟาดใส่ Ares อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ไม่ได้สว่างจ้าจนถึงขั้นเป็นแสงไบรท์ออกมาเลย แต่ก็ไม่ได้มืดทึมจนไม่มีมิติ ลำแสงไม่ค่อยฟุ้งกระจาย ขอบคมใช้ได้ดีกว่าโปรเจคเตอร์ระดับเดียวกันขุมหนึ่ง ถือว่าสอบผ่านสำหรับโปรเจคเตอร์ 4K HDR ระดับเริ่มต้นแบบนี้

และแม้ว่ารุ่นนี้จะไม่ได้มีตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวมาให้ แต่ภาพเคลื่อนไหวเดิมๆ ของตัวเครื่องขณะอยู่ในฉากต่อสู้ และการแพนกล้องสลับฉากไปมา มองแล้วสบายตา ให้อารมณ์ความเป็นธรรมชาติสูง กล่าวคือไม่ได้ลื่นแบบหลอกๆ เหมือนตอนที่เราเปิดตัวช่วยเรื่องภาพเคลื่อนไหวในทีวีบางรุ่น และกระโชกโฮกฮากภาพเหนื่อยล้า สรุปแล้วสอบผ่าน

นอกจากเรื่อง Wonder Woman แล้ว ผมยังได้หยิบเรื่อง Life Of Pi มาดูเรื่องสีผิว และสีสันธรรมชาติของต้นไม้ใบหญ้าด้วย เนื่องจากเรื่องนี้มีฉากย้อมโทนค่อนข้างน้อยนั่นเอง อันดับแรกมาพูดเรื่องสีผิวคนกันก่อน สีผิวที่ถ่ายทอดออกมาถือว่าค่อนข้างเป็นธรรมชาติดี เพียงแต่มีบางฉากจะติดแดงเล็กน้อย ส่วนสีสันของต้นไม้ใบหญ้าพบว่าสีเขียวของ ViewSonic PX747-4K ยังถ่ายทอดได้ไม่ถึงอารมณ์เท่าที่ควร เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าผมคิดไปเอง เพราะหลังจากที่ใช้เครื่องมือปรับภาพวัดผลกันออกมาจริงๆ สีเขียวของเครื่องที่ผมได้รับมาทดสอบนั้นจะไล่เฉดได้น้อยกว่าสีอื่นระดับหนึ่ง เกือบลืมบอกกันไปโหมดภาพโรงงานที่ดูแล้วให้อุณหภูมิสีที่ดี สีสันเป็นธรรมชาติ คือโหมด 4K

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผ่านการปรับภาพแล้ว สีเขียว รวมไปถึงสมดุลแสงของ ViewSonic PX747-4K ก็ถูกยกระดับขึ้นมาดีขึ้น จนเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง โดยค่าอุณหภูมิสีในโหมด Movie อยู่ที่ 6522K ซึ่งถือว่าดีมาก

อุณหภูมิสีเฉลี่ยในโหมดภาพทั่วไป คือ 6800K – 7400K ติดโทนเย็นนิดๆ แต่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

 

โหมดภาพโรงงานสามารถใช้การได้แทบทุกโหมด สมดุลสีไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (ยกเว้น Bright) แต่โหมดที่ค่า Gamma ใกล้เคียงมาตรฐาน BT.1886 มากที่สุด คือ Movie และจากผลการทดสอบจะเห็นว่าขอบเขตสีช่วงสีเขียวจะหดแคบลงกว่าสีอื่นเล็กน้อย ทำให้ครอบคลุมราว 85.9% ของมาตรฐาน sRGB/Rec.709

PX747-4K รองรับการไฟน์จูน 2-point White Balance หลังจากที่ปรับภาพแล้วสมดุลสีดีขึ้น
ขอบเขตสีภายหลังจากการปรับ CMS ยังคงเดิม

info ของตัวเครื่องครับ น่าเสียดายที่ไม่มีสถานะ HDR แสดงด้วย

 

นอกจากจะทดสอบต่อกับเครื่องเล่นแล้ว ผมยังได้มีโอกาสทดสอบเปิดดูภาพกับ PC และ Game Console ด้วยอัตราการตอบสนองต่อ Input Lag อยู่ในเกณฑ์ดีเลย กดปุ๊บ มาปั๊บ

 

Extra – เพิ่มเติม

ลำโพงที่ติดมากับเครื่องมีกำลังขับ 10 watt เสียงจริงๆ เมื่ออยู่ในห้องโฮมเธียเตอร์เงียบๆ ถือว่าพอฟังกล้อมแกล้มไปได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบเนื้อเสียงที่ส่งออกมา กับโปรเจคเตอร์ในระดับเดียวกันแล้ว ถือว่ามีความคมชัด จัดเจนมากกว่า ซึ่งในเรื่องนี้ก็ไม่อยากให้เป็นประเด็นมากนัก เพราะผมเชื่อว่านักเล่นโปรเจคเตอร์ทั้งหลายย่อมมีชุดเครื่องเสียงของตัวเองกันอยู่แล้ว

และเมื่อพูดถึงชุดเครื่องเสียงอีกหนึ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือระดับความดังของพัดลมระบายความร้อน มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำก็คือตามปกติแล้วโปรเจคเตอร์ทั่วไป เมื่อเราเลือกโหมด Eco เพื่อประหยัดพลังงาน และยืดอายุการใช้งานของหลอดภาพออกไป รอบของพัดลมจะทำงานน้อยลง ทำให้เสียงเบาลงด้วย ซึ่ง Viewsonic PX747-4K ไม่ได้เป็นเช่นนั้น หากเราต้องการทำให้เสียงพัดลมเบามากยิ่งขึ้น ต้องเข้าไปในเมนู Display ในหัวข้อ Silence ให้เป็น On ด้วย

 

Conclusion – สรุป

ข้อดีของ ViewSonic PX747-4K
1. ให้รายละเอียดภาพได้คมกว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับ 4K XPR DLP Projector รุ่นเริ่มต้น ที่ระดับราคาใกล้เคียงกันหลายๆ รุ่น
2. ไม่ค่อยมีผลกระทบของ Rainbow Effect ขณะที่รุ่นใหญ่บางรุ่นยังเห็นได้ชัดกว่า
3. ภาพเคลื่อนไหวดูดี แม้ไม่มีตัวช่วยแทรกเฟรมก็ตาม
4. ติดตั้งลำโพงมาด้วย ระดับเสียงเสียงดังพอตัว ใช้การแบบลำลองได้
5. แหล่งกำเนิดแสงสามารถยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 15000 ชม. ในโหมด Eco

ข้อเสียของ ViewSonic PX747-4K
1. ความอิ่มของสีเขียว น่าจะทำได้ลึกเข้มกว่านี้
2. ปกติสำหรับรุ่นเริ่มต้นที่คุณภาพเลนส์ฉายยังไม่เทพเหมือน 4K XPR DLP Projector รุ่นท็อปๆ ยังพบว่าขอบฟุ้งบ้าง และสีเหลื่อมนิดๆ เมื่อจ้องมองในระยะใกล้
3. ไม่มี Lens Shift ในบางสถานการณ์ที่ต้องปรับแก้ภาพจากตำแหน่งติดตั้งด้วย Digital Keystone อาจลดทอนคุณภาพของภาพลง
3. LampMode – Eco ไม่ทำให้เสียงพัดลมเบาลง ต้อง On ตัวเลือก Silent (ที่แยกออกมาต่างหาก) เสียงจึงจะเบาลง

ในภาพรวม ViewSonic PX747-4K ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ความละเอียด 4K HDR ที่เหมาะกับคนที่อยากจะคิดขยับจากโปรเจคเตอร์แบบ Full HD ตัวเดิมมาเป็นรุ่นใหม่ หรือใครที่อยากจะลองชมภาพอารมณ์แบบ cinematic แบบในโรงภาพยนตร์ภายในบ้านของตัวเองอย่างมาก เพราะด้วยราคาเปิดตัวที่พอๆ กับทีวีซีรีส์กลางๆ ขนาด 60″ ในปัจจุบัน แต่สามารถให้ภาพจอใหญ่กว่าเยอะ นอกจากนี้ แม้รุ่นนี้จะเป็นตัวเริ่มต้นแต่ผลกระทบของ Rainbow Effect จากเทคโนโลยีฉายภาพแบบ DLP ก็แทบจะไม่มีให้เห็นเลย

สนใจสั่งซื้อ Viewsonic Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/viewsonic.html

ProjectorPRO Booth @Commart Joy 2018

Commart Thailand เป็นงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นทุกปี ปีละ 3 ครั้ง ในช่วงต้นปี กลางปี และปลายปี แบ่งเป็น Commart Work, Commart Joy และ Commart Connect ตามลำดับ โดยงานคอมมาร์ทในครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ 21-24 มิถุนายน 2561

ซึ่งร้านโปรเจคเตอร์โปรเองก็ไม่เคยพลาดที่จะออกแสดงสินค้า หรือนำโปรเจคเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ยกขบวนกันเข้ามาขายในราคาพิเศษ พร้อมกิจกรรมและของแถมมากมาย พบกันที่บูธ M7/2 Zone Atrium เหมือนอย่างเช่นทุกครั้งครับผม

โปรเจคเตอร์​ ลดสูงสุด 40​ % นอกจากนี้ ราคายังลดจากป้ายอีกนะจ๊ะ

ยกขบวนแบรนด์ดังมากมาย​อาทิ Acer, BenQ, Epson, Viewsonic จอโปรเจคเตอร์​ iScreen ลดสูงสุดถึง 40% และที่สำคัญ!!ลดราคาไม่พอ​ ของแจกเพียบ

กำลังมองหาโปรเจคเตอร์​ราคาพิเศษ​ห้ามพลาดเลยครับงานนี้​ มีมาให้เลือกทุกรุ่น​ รุ่นท๊อป​ รุ่นประหยัด 4K, Full HD… (โอ้ยยยย​มีเยอะมากต้องมา)​

อีกทั่งยังมี​สินค้าแบร์นดังอย่าง​ Brother ก็ยกโขยงกันมาลดจัดเต็ม​อาทิ​ Printer, Scanner หรือ​เครื่องพิมพ์ฉลากขนาดเล็ก

นอกจากจากโปรเจคเตอร์และปริ้นเตอร์เรายังมีอีกอย่างหนึ่งที่อยากนำเสนอคือ BMB Karaoke Advance Package BMB สุดยอดแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น มีสายการผลิตทางด้านคาราโอเกะ มายาวนานกว่า 50ปี ทีได้นำเทคโนโลยีระบบใหญ่ๆ และลำโพงที่มีคุณภาพมาใช้สามารถ “เชื่อมต่อผ่านระบบ Bluetooth ได้ สะดวก ใช้งานง่าย ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน”

นอกจากบูธของโปรเจคเตอร์โปรเองแล้วเรายังไปร่วมจัดแสดงสินค้าในส่วนของบูธกลางของ Epson ด้วยครับ

มาดูที่โปรโมชั่นต่างๆ ของโปรเจคเตอร์กันบ้างครับ

บรรยากาศรอบๆบูธ เป็นยังไงกันบ้างนั้น ไปรับชมกันเลยครับ

 

 

 

เห็นแบบนี้แล้ว..ไม่ควรพลาดโอกาสดีๆแบบนี้ โปรเจคเตอร์คุณภาพ พร้อมโปรโมชั่นแจ่มๆ แล้วพบกันใหม่กับงานคอมมาร์ทในครั้งหน้า อย่าลืมแวะมาเยี่ยมชมกันนะครับ

ติดตามข่าวสารต่างๆจากโปรเจคเตอร์โปรได้ที่ https://projectorpro.in.th

ลดราคาท้าพายุฝน สมาร์ทโปรเจคเตอร์ EPSON EB970 ราคาถูกที่สุดนะตอนนี้

projectorpro ขายโปรเจคเตอร์ราคาถูก

ลดราคาท้าพายุฝน
สมาร์ทโปรเจคเตอร์ EPSON EB970 ราคาถูกที่สุดนะตอนนี้
ความสว่างสูงสู้แสงได้ทุกแสง 4,000lumens #คมชัดโดยไม่ต้องปิดไฟ

สามารถใช้ในห้องประชุมขนาดกลาง ที่จุผู้คนได้ 100-250 คน

EPSON EB-970
 Brightness (ANSI lumens) : 4000 ANSI
 Contrast : 15000:1
 Resolution : 1024 x 768 (XGA)
 Aspect Ratio : 4:3
 Projector Technology : 3LCD
 Projector Lens : F 1.51-1.99, f 18.2-29.2 mm
 Display Size (Inch) : 30 – 300 inch
 Keystone : Vertical: ±30° (Auto), Horizontal: ±30°

 Port การเชื่อมต่อต่างๆ
USB 2.0 Type A
USB 2.0 Type B
RS-232C
Wireless LAN IEEE 802.11b/g/n (optional)
VGA in x (2x)
VGA out
HDMI in (2x)
Composite in
Component in (2x)
RGB in (2x)
Stereo mini jack
audio out, Stereo mini jack audio in (2x)
Ethernet interface (100 Base-TX / 10 Base-T)
MHL
Microphone input

จากราคาปกติ 45,900.- เหลือเพียง 39,900.-เท่านั้นก่อนสินค้าจะหมด

 วันนี้ – 30 มิถุนายน 2561 ทุกสาขา
 ส่งฟรีทั่วไทย ส่งไว พร้อมให้คำปรึกษา 
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
 สั่งซื้อออนไลน์ทาง : https://projectorpro.in.th/projector/epson.html
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
ติดต่อร้านโปรเจคเตอร์โปร ได้ทุกสาขา
 ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ชั้น 2 (ติดลานโปรโมชั่น ห้อง KO-21)
 ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ชั้น 4 (ห้อง 474)
 ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ชั้น 3 (ข้างบันไดเลื่อน ห้อง 3100)
 ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 3 (ติดลานโปรโมชั่น ห้อง 3E69)

สนใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจคเตอร์รุ่นต่างๆได้ที่
https://projectorpro.in.th/
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
 ProjectorPro Hotline : 089-526-5545
Line : @projectorpro (ใส่ @ นำหน้าด้วยจ้า
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
#Promotion #Epson
#โปรเจคเตอร์ถูกและดีต้องที่ #projectorpro

Promotion ต้อนรับบอลโลก ลดกระหน่ำแจกเต็มๆไม่มีกั๊กiScreen ร่วมกับ BenQ

projectorpro ขายโปรเจคเตอร์ราคาถูก

 Promotion ต้อนรับบอลโลก 
 ลดกระหน่ำ แจกเต็มๆ ไม่มีกั๊ก
iScreen ร่วมกับ BenQ

 ต่อที่ 1 เพียงแค่ซื้อ Projector BenQ รุ่น

MX602 ลดเหลือ 14,900 บาท!! (จากปกติ 17,900)
MX611 ลดเหลือ 20,900 บาท!! (จากปกติ 23,900)
MX819ST ลดเหลือ 18,900 บาท!! (จากปกติ 22,900)
MH550 ลดเหลือ 27,900 บาท!! (จากปกติ 31,900)

 ต่อที่ 2 รับจอโปรเจคเตอร์  iScreen wall 100” มูลค่า 2,390.- ไปเลยฟรีๆแบบไม่ต้องลุ้น

 เปิดโลกใหม่ในการเชียร์บอลของคุณ

Promotion พิเศษนี้เฉพาะที่ Projector Pro ทุกสาขา
 ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ชั้น 2 (ติดลานโปรโมชั่น ห้อง KO-21)

 ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ชั้น 4 (ห้อง 474)

 ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ชั้น 3 (ข้างบันไดเลื่อน ห้อง 3100)

 ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 3 (ติดลานโปรโมชั่น ห้อง 3E69)

 ตั้งแต่วันนี้ – 16 กรกฎาคม นี้เท่านั้น
จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย
 ส่งฟรีทั่วไทย ส่งไว พร้อมให้คำปรึกษา 
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
 สั่งซื้อออนไลน์ทาง :
https://projectorpro.in.th/projector/benq.html
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
 ProjectorPro Hotline : 089-526-5545
Line : @projectorpro (ใส่ @ นำหน้าด้วยจ้า
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
#Promotion #BenQ #Iscreen
#โปรเจคเตอร์ถูกและดีต้องที่ #projectorpro

โปรโมชั่น Projector ACER ลดกระหน่ำ ต้อนรับศึกลูกหนังระดับโลก

โปรเจคเตอร์ Acer ราคาถูก ต้อง Projectorproอู้หู้ววว โปรโมชั่น Projector ลดกระหน่ำ ต้อนรับศึกลูกหนังระดับโลก พบกับสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง ACER ที่ขนรุ่นฮิตๆ มาให้เลือกซื้อถึง 3 รุ่น

ACER H6517ABD (Home / Full HD)
Brightness : 3400 ANSI
Contrast : 20000:1
Resolution : 1920×1200 (HD)
ราคาพิเศษ 19,900.- จากปกติ 25,900.-

ACER H6517ST (Short Throw)
Brightness : 3000 ANSI
Contrast : 10000:1
Resolution : 1920×1080(Full HD)
ราคาพิเศษ 23,900.- จากปกติ 29,900.-

ACER H6810 (4K)
Brightness : 3500 ANSI
Contrast : 10000:1
Resolution : 3840 x 2160 (4K) (UHD)
ราคาพิเศษ 39,900.- จากราคาปกติ 41,900.-

วันนี้ – 30 มิถุนายน 2561 ทุกสาขา
สำหรับคอบอล ไม่ควรพลาด
อย่าลืมมาช็อปสินค้าราคาถูกกันนะครับ โปรโมชั่นเพียบ !
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
ส่งฟรี ส่งไว
สั่งซื้อออนไลน์ทาง :
https://projectorpro.in.th/projector/acer.html
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
ติดต่อร้านโปรเจคเตอร์โปร ได้ทุกสาขา
ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ชั้น 2
(ติดลานโปรโมชั่น ห้อง KO-21)

ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ชั้น 4 (ห้อง 474)

ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ชั้น 3 (ข้างบันไดเลื่อน ห้อง 3100)

ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ชั้น 3 (ติดลานโปรโมชั่น ห้อง 3E69)

สนใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจคเตอร์รุ่นต่างๆได้ที่
https://projectorpro.in.th/
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
ProjectorPro Hotline : 089-526-5545
Line : @projectorpro (ใส่ @ นำหน้าด้วยจ้า
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
#Promotion #Acer
#โปรเจคเตอร์ถูกและดีต้องที่ #projectorpro
#2018WorldCup #โปรโมทชั่นบอลโลก

BenQ ท้าชนทีวี ขายโปรเจคเตอร์ 4K ไม่ถึง 4 หมื่นบาท รับบอลโลก

ถือเป็นการตีราคาเพื่อท้าชน 4K TV กระจุยกระจายสำหรับโปรเจคเตอร์ 4K รุ่นใหม่ที่เบ็นคิว (BenQ) จะส่งมาบุกตลาดไทยช่วงบอลโลก 2018 โดย TK800 ถูกขีดราคาที่ 39,999 บาทซึ่งเป็นระดับเดียวกับ 4K TV ขนาด 55 นิ้ว จุดขาย คือ การนั่งชมแบบไม่ต้องปิดไฟ เปิดได้ทั้งในห้องรับแขกบ้าน และร้านหมูกะทะ มั่นใจปีนี้ BenQ ยังครองแชมป์ตลาดโปรเจกเตอร์ 4K ไทยเหนียวแน่น ส่วนแบ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มเป็น 45%

ธัญรัก นาสมยนต์ ผู้จัดการใหญ่ เบ็นคิว ประจำประเทศไทย แสดงความมั่นใจว่า BenQ จะสามารถขยายตลาดอุปกรณ์แสดงภาพความละเอียดสูง 4K เมืองไทยได้มากขึ้น ปัจจัยส่งเสริม คือ BenQ มีรุ่นให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ราคาจับต้องได้ พร้อมกับที่องค์ประกอบอื่นเช่นคอนเทนต์ 4K ก็รองรับมากขึ้น

“เฉพาะตลาดโปรเจคเตอร์ 4K ไทย เราเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 41.5% ทำให้ BenQ ตั้งใจเน้นตลาด 4K มากขึ้นในปีนี้ เราจะเน้นที่ตลาดโฮมโปรเจกเตอร์ ตั้งเป้าปรับสัดส่วนธุรกิจ B2C ต่อ B2B ของ BenQ จาก 80:20 มาเป็น 70:30 ในปีนี้”

เพื่อไปสู้เป้าหมายนี้ BenQ จึงเปิดตัวโปรเจกเตอร์ 4K รุ่นล่าสุด TK800 ซึ่งเป็นรุ่นต่อจากรุ่นแรกที่ออกมาเมื่อปี 2016 ราคาขาย 39,999 บาททำให้ TK800 ถูกยกเป็นโปรเจกเตอร์ 4K รุ่นย่อมเยาว์ที่สุด

จุดนี้ วัชรพงษ์ วงษ์มา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ ระบุว่า เมื่อเทียบกับตลาดโปรเจกเตอร์ทั้ง 4K, 2K และ FullHD พบว่า 4K คือ ตลาดที่มียอดขายเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยตัวเลขไตรมาส 3 ปี 2017 ชี้ว่า ส่วนแบ่งตลาดโลก 4K เพิ่มขึ้นเป็น 8% จากที่มี 1-2% ในปี 2014

“ยุคนี้ คือ ยุคคอนเทนต์ 4K วันนี้เนื้อหา 4K หลั่งไหลมาจากโอเปอเรเตอร์ ที่ไลฟ์สตรีม 4K เช่น บอลโลก Netflix และ YouTube แต่ทีวี 4K HDR ราคา 5 หมื่นบาทนั้น มีขนาด 65 นิ้วเท่านั้น รุ่น 75 นิ้วราคาเกิน 2 แสนบาท สำหรับโปรเจกเตอร์ของ BenQ นั้น มีราคาต่ำกว่า และฉายได้ภาพใหญ่ 100 นิ้วในช่วง 3.25 เมตร เหมาะวางในห้องรับแขก ความสว่าง 3000 ลูเมนส์ของ TK800 นั้น สูงกว่าทั่วไป คือ 2000 ลูเมนส์ทำให้ไม่ต้องปิดไฟชมอีกต่อไป”

จุดเด่นของ TK800 คือ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ชมบอลโลก เพราะมีการติดชิปเซ็ตช่วยการแสดงสีเขียวของหญ้าให้สีสดเสมือนจริง (ใน Football Mode) ขณะเดียวกัน ก็มีโหมด Sport ซึ่งจะเน้นสีโทนเหลืองฟ้า ทำให้เห็นผิวนักกีฬาชัด ทั้งเหงื่อ และรอยสัก นักกีฬาชุดขาวก็จะไม่กลืนกับพื้นหลัง สามารถแสดงสี 8.3 ล้านสี มีลำโพงในตัว น้ำหนัก 4 กิโล หิ้วขึ้นเครื่องบินได้

ระยะเวลาอายุหลอดไฟของ TK800 คือ 10,000 ชั่วโมง เทียบเท่าการชมฟุตบอล 5,000 แมตช์ (เฉลี่ยแมตช์ละ 2 ชั่วโมง)

วัชรพงษ์ ให้อีกข้อมูลว่า วันนี้ยอดขายโปรเจกเตอร์ในประเทศไทยมีจำนวนราว 1.7 แสนเครื่อง ราคาเฉลี่ยโปรเจกเตอร์ในตลาดไทยล่าสุด คือ 13,000 บาท ปีนี้คาดว่ากระแสบอลโลก และปัจจัยเสริมอื่นจะดันให้ตัวเลขนี้เติบโตขึ้นไปอีก จุดนี้ BenQ ตั้งงบการตลาดไว้ 2% จากยอดขายโปรเจกเตอร์ 250 ล้านบาทที่ทำได้ในปี 2017

นอกจาก TK800 ปีนี้ BenQ มีแผนจะเปิดตัวโปรเจกเตอร์เพิ่มอีก 2 รุ่น ซึ่งจะมีกลุ่มเป้าหมายที่ต่างไป โดยในตลาดไทย BenQ นั่งแท่น Top 4 มาหลายปี เป็นรองเพียงเอปสัน เอเซอร์ และโซนี่ จุดนี้ข้อมูลจาก Future source พบว่า BenQ เป็นเบอร์ 1 ในกลุ่มโปรเจกเตอร์เพื่อการศึกษา ขณะที่กลุ่มโปรเจกเตอร์ DLP ซึ่งใช้เทคโนโลยีเดียวกับโรงภาพยนตร์นั้น มีมาร์เกตแชร์รวม 24% ส่วนตลาดโปรเจกเตอร์รวม BenQ มีส่วนแบ่งตลาดไทย 5.7% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 7% ในปีนี้

จุดนี้ผู้บริหาร กล่าวว่า นอกจากผลิตภัณฑ์ BenQ จะเน้นบริการมากขึ้น โดยได้จัดบริการศูนย์ซ่อมออนไซต์เซอร์วิส มีเครื่องสำรองให้ใช้กรณีการซ่อมกินเวลาเกิน 7 วัน บริการนี้เพิ่งเริ่มต้นเดือนนี้ สำหรับภาพรวม ยอดขายปี 2017 ของ BenQ ทั่วโลกคือ 25,000 เหรียญสหรัฐฯ ท่ามกลางพนักงานกว่า 1 แสนคนใน 130 ประเทศ

สนใจสั่งซื้อ BenQ Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq.html

ACER รุกหนักตลาดโปรเจคเตอร์!! เปิดไลน์อัพใหม่เพียบ พร้อมโปรพิเศษรับบอลโลก

ในยุคนี้สมัยนี้การดูภาพยนต์หรือดูการถ่ายถอดสดการแข่งขันกีฬาต่างๆ ให้ได้เต็มอรรถรสนั้นนอกจากจะต้องดูจากจอที่ใหญ่ๆ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่คนเริ่มให้ความสำคัญนั่นก็คือ เรื่องความคมชัดและความละเอียดภาพของภาพนั่นเอง

ซึ่งตอนนี้ความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 4K และแน่นอนว่าปัจจุบันทีวี 4K ขนาด 50-60 นิ้วปัจจุบันก็สามารถหาซื้อได้ในราคา 2-3 หมื่น แต่ทว่าปัจจุบันเทคโนโลยีของโปรเจคเตอร์เองก็ก้าวหน้าไปไกล (ไม่ต้องดูในห้องที่ปิดแสงได้แล้ว) แถมราคายังถูกลงกว่าสมัยก่อนมากๆ ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ยอมจ่ายเงินเพิ่มจากทีวี 4K ขนาด 50-60 นิ้ว อีกแค่หมื่นกว่าบาทก็สามารถดูจอได้ใหญ่ 80 หรือ 100 นิ้วขึ้นได้สบายๆ ที่สำคัญความละเอียดยังคงได้มาตราฐาน 4K อีกด้วย

ทาง ACER เองก็ได้เล็งเห็นตรงจุดนี้จึงได้เริ่มทำตลาด Projector 4K โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็ได้ส่งรุ่น V9800, V7850 และ H7850 ลงสู่ตลาด ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากทั้ง 3 รุ่นที่กล่าวมานั้นอยู่ในระดับ Hi-End จึงทำให้มีราคาสูง ซึ่งล่าสุดทาง ACER ก็ได้ส่งสิ้นค่า Projector 4K ไลน์อัพใหม่ลงสู่งตลาดพร้อมกันรวดเดียวถึง 4 รุ่นด้วยกันนั่นก็คือ V6820M, V6815, V6810 และ H6810 และนอกจากนั้นยังมีรุ่น H6517ST และ H6517ABD ซึ่งเป็น Projector ทีรองรับความละเอียด Full HD (1080P) มาให้เลือกใช้กันอีกด้วย

 

Acer Projector 4K Line UP

• Acer VL7860 [4K]: PROJECTOR VL7860 DLP 4K2K 3000 Lm
• Acer V9800 [4K] : PROJECTOR V9800 2200LM
• Acer V7850 [4K]: PROJECTOR V7850 2100LM 1.2M:1
• Acer H7850 [4K]: PROJECTOR H7850 3000LM 1M:1
• Acer V6820M [4K]: PROJECTOR V6820M DLP 4K2K 2400 Lm
• Acer V6815 [4K]: PROJECTOR V6815 DLP 4K2K 2200 Lm
• Acer V6810 [4K]: PROJECTOR V6810 DLP 4K2K 2200 Lm
• Acer H6810 [4K]: PROJECTOR H6810 DLP 4K2K 3500 Lm
• Acer H6517ST [1080p]: H6517ST 1080P 3000 Lm Short T. (Home Series)
• Acer H6517ABD [1080p]: H6517ABD 1080p 3400 (Home Series)

และอย่างที่ได้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่กำลังจะเริ่มนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่จะมีการถ่ายถอดสดความละเอียด 4K ให้ได้ดูกัน และในโอกาสนี้เองทาง ACER ก็ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อคอบอลโดยเฉพาะอีกด้วย

 

สนใจสั่งซื้อ Acer Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/acer.html

Review Projector BenQ TK800

สวัสดีครับทุกคนวันนี้ผม Tofu จะพาทุกคนมาพบกับ โปรเจคเตอร์ โมเดลใหม่ของทาง BENQ ที่มาพร้อมกับ สีฟ้าน้ำทะเล หรือที่เราเรียกว่าสีฟ้าแบบ Blue Ocean (ง้อววววววว) นั่นก็คือรุ่น TK800 และมาพร้อมความละเอียดของภาพระดับ 4K UHD ที่ให้ภาพคมชัดดู ละเอียด ดูสมจริง

และที่ยิ่งไปกว่านั้นมันก็คือเรื่องของราคาที่เจ้าตัวนี้ราคาถูกกว่ารุ่นอื่นๆ ที่เป็นโปรเจคเตอร์ระดับ 4K อีกด้วยครับ งั้นพวกเราอย่ารอช้าไปรู้จักกับมันพร้อมๆกันเลยดีกว่า Let&Go!!

BenQ TK800 นั่นเป็นโปรเจคเตอร์ ตัวใหม่ล่าสุดของทาง Benq ที่ออกมาเมื่อตอนต้นปี2018 นี้ โดยคอนเซ็ปของเจ้าตัวนี้นั่นถูกออกแบบมาสำหรับรับชมกีฬาโดยเฉพาะด้วยความละเอียดของภาพระดับ 4K TrueHD และกงล้อสีแบบใหม่ที่ให้ภาพ นั่นมีความสมจริงถึงขั้นเห็นสีหญ้าในสนามแล้วรู้สึกถึงกลิ่นเขียวๆ ของหญ้าได้เลย(ว่าไปนั่น)

Design

โดยรูปลักษณ์ของโปรเจคเตอร์ตัวนี้จะมีสีสันที่สวยเด่นกว่าตัวอื่นๆ เพราะว่าสีของเจ้าตัวนี้มันเป็น สีฟ้าน้ำทะเล (โทนอ่อน) ตัดกับสีขาวของตัวเครื่อง ซึ่งเข้ากับธีมต่างๆของบ้านได้ดีอีกด้วย

ลักษณะเลนส์ฉายของตัวนี้จะจัดวางไว้ทางด้วนขวาของตัวเครื่อง (ถ้าเรามองมาจากด้านหน้า) และข้างๆกัน ยังเสริมความโดดเด่นด้วยสติ๊กเกอร์ 4K สีทองอร่าม โชว์ว่าข้าน่ะ 4K UltraHD

บริเวณด้านล่างของตัวเครื่องจะมีปุ่ม (PUSH) เอาไว้สำหรับปรับระดับการเงยของโปรเจคเตอร์

ส่วนทางปรับสูงต่ำจะอยู่บริเวณทางด้านขาหลังที่เป็นเกลียวหมุน

ด้านบนของตัวเครื่องจะมีปุ่ม Menu ควบคุมการตั้งค่าต่างๆ พร้อมไฟแสดงโชว์สถานการณ์ทำงาน

และด้านบนของเลนส์ฉาย จะมีวงแหวนปรับโฟกัสและมีก้านปรับการระยะซุมแบบแมนนวลอยู่ข้างๆกัน

ช่องระบายลมร้อนจะอยู่ทางด้านข้างของตัวเครื่อง และทางด้านในช่อง ก็จะมีพัดลมฝั่งละหนึ่งตัว เพื่อคอยปล่อยลมให้ผ่านเข้าไปลดความร้อน

ประหยัดพื้นที่ในการฉายลง

 

ระยะการซูมภาพ 1.2X ทำให้ช่วยลดปัญหายุ่งยากเรื่อง ข้อจำกัดด้านระยะฉาย, ฉายได้ภาพที่ใหญ่ขึ้นในทุกพื้นที่ ถ้าเกิดเราตั้งตัวเครื่องฉายห่างจากหน้าจอ 3.25 เมตรจะทำให้เราได้ภาพใหญ่ขนาด 100”

Port

 

ด้านหลังของตัวเครื่องจะมีแผงการเชื่อมต่อต่างๆครบทุกพอร์ทตั้งแต่พอร์ท(เรียงจากซ้ายไปขวา)
1. Audio In
2. Audio Out
3. Pc(VGA)
4. HDMI 1
5. HDMI 2
6. MiNI8
7. RS-232
8. USB Type-A
9. 12VTrigger

Built-in Speaker

 

ลำโพงขนาด 5Watts เป็นลำโพงสเตอริโอ ที่ให้เสียงค่อนดังฟังชัด สามารถใช้ดูการถ่ายทอดสดของกีฬาต่างได้ โดยที่ไม่ต้องต่อเครื่องเสียงจากภายนอก และยังเป็นเทคโนโลยีที่อัพเกรดใหม่เฉพาะของ Benq EQ Algorithms

Backlit Light Remote Control

 

การปรับตั้งค่าเมนูต่างๆ สามารถกดได้ที่รีโมทคอลโทรลได้เลยพร้อมมีไฟ Backlit สีส้ม ให้เราสามารถปรับตั้งค่าต่างๆได้สะดวกถึงแม้ใช้งานในห้องที่มืด

Feature ที่ต้องรู้ก่อนลอง

 

ภาพที่ได้ของ DLP Projector นั้นจะมีความคมชัดมากกว่า Projector ทั่วไปๆ

อย่างแรกเลย เรามาดูหลักการทำงานของโปรเจคเตอร์ตัวนี้กันก่อนเลยดีกว่าครับ ด้วยระบบ Single DMD DLP ของ BENQ TK800 นี้จึงทำให้สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาสีเหลื่อมที่เกิดจากการทับซ้อนกันของ Panels ทำให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบคมชัด ไม่มีภาพเบลอ หรือเงาในภาพ

ต่อมาคือเลนส์ของเจ้าตัวนี้ กันก่อนเลยดีกว่าครับ เลนส์ของ Benq Tk800 รุ่นนี้ จะเป็นเลนส์แก้วเกรดพรีเมียมที่จัดวางเลนส์แบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่มีทั้งหมด 7 ชิ้น จึงทำให้แสงรอดผ่านได้ดีขึ้นคงความเข้มข้นของแสงได้ดี ช่วยลดการคลาดเคลื่อนของสีต่างๆให้น้อยลง เพื่อที่คุณจะสามารถเพลิดเพลินไปพร้อมภาพที่แจ่มชัดและมีชีวิตชีวา

กงล้อสีใหม่ 4K Colour Wheel ภาพมีสีสันสมจริง รายละเอียดครบถ้วนและสีมีความเพี้ยนน้อย

ด้วยกงล้อสีใหม่ที่ถูกสร้างมาอย่างประณีตเคลือบทับด้วยสีที่มีความบริสุทธิ์ จึงทำให้ BEN TK800 ตัวนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมสามารถครอบคลุมถึง 92% ของระดับสี Rec.709 ซึ้งเป็นค่ามาตรฐานที่ในวงการ Color management และ Hollywood ให้การยอมรับ อีกทั้งยังมาพร้อมอัตราการรีเฟรชเรทที่ 120hz ช่วยป้องกันอาการภาพเบลอ

อีกทั้งยังมีโหมดภาพมาเพิ่มให้เลือกอีก 2 โหมดพิเศษเลยนั่นก็คือ Football Mode กับ Sport mode ที่ให้ภาพของพื้นผิวสนามหญ้าได้สวยสดเขียวชะอุ่มไม่จืดชืด (นั่งดูนานๆสัก4-5 ชั่วโมง อาจจะได้กลิ่นเหม็นเขียวของหญ้าได้เลยนะเนี่ย) หรือสีผิวของผู้เล่นที่ดูมีชีวิตชีวา เห็นยันไฝที่ข้างแก้มของนักบอล กันเลยทีเดียว

มาพร้อมระบบเสียงจากตัวเครื่องที่เป็น CinemaMaster Audio+ ที่ให้บรรยากาศเสียงเชียร์ในสนามหรือเสียงพากย์ของพี่แจ็คกี้และพี่วีรศักดิ์ ดุเดือด เล้าอารมณ์ ประนึงเราได้เข้าไปนั่งดูบอลอยู่ข้างสนามจริงๆ

Auto Vertical Keystone ที่ช่วยให้การติดตั้งและการปรับสมดุลของภาพ สี่เหลี่ยมคางหมู ได้สะดวกและง่ายมากๆอีกด้วยครับ

Picture

 

BenQ TK-800 มี Native Resolution อยู่ที่ 3840×2160 UHD (4K) พร้อมความสามารถในการแสดงผลที่ 8.3 ล้านพิกเซลต่อเฟรมจึงทำให้ภาพมีความละเอียดที่มากกว่า FullHD 1080p ถึง 4 เท่าตัว และยังมีระบบ HDR ที่ช่วยในการเพิ่มความสว่างและค่าความคมชัดของภาพ แสดงภาพได้สวยงามตระการตา มีการไล่ระดับแสงสีมีสวยงาม เก็บรายละเอียดภาพได้ครบแม้ในจุดเล็กๆบวกกับค่าความสว่างที่มากถึง 3,000 ANSI Lumens สามารถนำไปใช้ในห้องนอน หรือ ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ได้สบาย สู้แสงภายในห้องหรือแสงรบกวนจากภายนอกได้ดี

ดูหนังก็ได้ภาพแจ่มสุดๆภาพจากตัวอย่างหนัง Avengers infinity war

 

ความคมชัด(Contrast)จะอยู่ที่ 10000:1 ทำให้ภาพนั่นยังมีความชัดเจนยังมองเห็นรายละเอียดต่างๆได้ดี

 

 

What’s in the Box

 

อุปกรณ์ที่มาในกล่องจะมี ตัวเครื่อง, รีโมทคอนโทรลกับถ่านแบตเตอรี่ 1 ก้อน, Power Cord ปลั๊กไฟ (3M) 1 เส้น, User Manual กับ CD, Quick Start Guide, ใบรับประกันสินค้า

สรุป

ถ้าเกิดใครที่รักและชอบดูบอล แบบภาพสวยๆ จอใหญ่ๆ แล้วล่ะก็ ผมขอแนะนำโปรเจคเตอร์ BenQ Tk-800 ตัวนี้เลยครับ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านภาพที่มี ความสวยคมชัดระดับ 4K UHD, ภาพสว่างสีสันสดใสคมชัดแม้ในที่แสงเยอะ, น้ำหนักเบา กระทัดรัด และราคาที่ถูกกว่าใครเพื่อน โดยราคาปัจจุบัน (มิถุนายน 2018) เจ้าตัวนี้แค่ 39,000.- เท่านั้นเอง สามารถติดต่อร้าน Projectorpro ได้ทุกสาขาที่ผมขึ้นไว้ข้างล่างได้เลยครับ

ดูบอลโลกครั้งนี้ ไปกับ BenQ TK800

ต้องขอขอบคุณร้าน Projectorpro ที่ให้เครื่อง BENQ TK800 ตัวนี้มาให้ผมได้ลองเล่นและเขียนรีวิวด้วยครับ ขอบคุณคร้าบ สำหรับวันนี้ผม Tofu ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ Ba bye

สั่งซื้อ BenQ TK800 ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq.html