คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2017

Review Projector BenQ W11000

Review Projector BenQ W11000 โฮมโปรเจคเตอร์ 4k เครื่องแรกของโลก

lcdtv-award-01

เป้าหมายสูงสุดของหลายๆ ท่านที่ชื่นชอบความบันเทิงภายในบ้าน คงไม่พ้นได้อัพเกรดระบบภาพคุณภาพสูงพร้อมขนาดจอใหญ่เต็มตา ให้อารมณ์แบบเดียวกับโรงภาพยนตร์… ปัจจุบันถึงแม้เราจะมีตัวเลือกอย่างทีวีความละเอียด 4K จำนวนมากมาย แต่จะหาขนาดที่ใหญ่เต็มตาเกิน 100 นิ้ว นั้นยากเต็มที “โปรเจคเตอร์” จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีและสมเหตุสมผลกับงบประมาณมากกว่า แต่ทว่าก็ติดปัญหาอยู่ที่ โปรเจคเตอร์ที่มีความสามารถถ่ายทอดความละเอียดระดับ 4K ได้นั้น กลับยังมีตัวเลือกไม่มาก

ที่ผ่านมา 4K Home Cinema Projector จำกัดอยู่เพียงไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น เมื่อการแข่งขันน้อย ระดับราคาจึงลดลงค่อนข้างช้า ผิดกับ 4K TV ที่มีผู้เล่นในตลาดมากกว่า… ทว่าบัดนี้เมื่อ “BenQ” หนึ่งในผู้ผลิตโปรเจคเตอร์รายใหญ่ นำเสนอโปรเจคเตอร์คุณภาพโดดเด่นในราคาคุ้มค่ามาช้านาน ได้ก้าวเท้าเข้ามาด้วยการเปิดตัว Home Cinema Projector ความละเอียดระดับ 4K ด้วยเทคโนโลยี DLP (Digital Light Processing) พร้อมการรับรองมาตรฐาน THX HD Display เป็นเครื่องแรกของโลก… เชื่อว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการโปรเจ็คเตอร์ระดับไฮเอ็นด์ได้มากทีเดียว

“Breathtaking 8.3 Million Pixel Performance”

หากเทียบกับเทคโนโลยีการผลิตจอพาเนลของทีวี ต้องบอกว่าการพัฒนาโปรเจคเตอร์ให้ได้ความละเอียดระดับ 4K ทำได้ยากกว่า แต่กระนั้นผู้ผลิตก็ไม่ยอมแพ้ บัดนี้ “Texas Instruments” เจ้าของเทคโนโลยี DLP ทลายข้อจำกัดด้วยการผลิตและจำหน่าย DMD (Digital Micromirror Device) Chip ที่สามารถให้ความละเอียดในการแสดงผลสูงถึงระดับ 4K สำหรับโปรเจคเตอร์บ้านเป็นที่เรียบร้อย

benq-w11000-02

โดยหลักการของ 4K UHD DMD Chip ที่ใช้ใน BenQ รุ่น W11000 จะมีจำนวน micromirrors ทั้งสิ้น 2716 x 1528 หรือเท่ากับ 4.15 ล้านพิกเซล ผนวกกับเทคโนโลยีการแสดงผลแบบ XPR ซึ่งใช้ Optical Actuator ที่ทำงานรวดเร็วมากจนสร้างเป็นภาพนิ่ง (frame) ที่มีรายละเอียดจำนวนพิกเซลเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือรวมกันทั้งสิ้นเท่ากับ 8.3 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับความละเอียด 4K ที่เราคุ้นเคยนี่เอง…

หลักการนี้ยังได้การรับรองจาก Consumer Technology Association หรือ CTA ซึ่งเป็นสมาคมที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อกำหนดมาตรฐานและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงาน Consumer Electronic Show หรือ CES ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดีนั่นเอง

ผลเกี่ยวเนื่องจากแนวทาง 4K XPR ข้างต้นนี้ BenQ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกจากรายละเอียดของภาพที่สูงขึ้นกว่า Full HD Projector อย่างชัดเจนแล้ว ยังไม่ทำให้เกิดปัญหา Screen-door Effect หรือการรบกวนของเส้นตารางพิกเซล อีกทั้งยังไม่มีปัญหา Misconvergence หรืออาการเหลื่อมสี ที่อาจพบได้กับเทคโนโลยีการแสดงผลของโปรเจคเตอร์รูปแบบอื่น ซึ่งข้อมูลนี้เป็นความจริงหรือไม่…? อีกเดี๋ยวเราจะมาพิสูจน์กันในช่วงรายงานผลการทดสอบครับ

Design – การออกแบบ

แต่ก่อนจะไปว่ากันถึงเรื่องคุณภาพของภาพ มาดูลักษณะการออกแบบของโปรเจคเตอร์เรือธงของ BenQ รุ่นนี้กันก่อนดีกว่า แน่นอนเพื่อให้สมกับความเป็นรุ่นใหญ่ นอกจากวัสดุ ดีไซน์ งานประกอบที่ดูดีแล้ว ขนาดก็ใหญ่โตตามไปด้วย

benq-w11000-03

W11000 เหมือนเช่นโปรเจคเตอร์ระดับท็อปส่วนใหญ่ที่มักจัดวางตำแหน่งเลนส์ฉายภาพไว้กึ่งกลาง เพื่อให้ง่ายในการอ้างอิงจุดติดตั้งโดยเฉพาะเมื่อยึดเข้ากับขาแขวนเพดาน อีกจุดที่คำนึงถึงผลลัพธ์ได้น่าสนใจคือการออกแบบระบบระบายความร้อนไว้ด้านหน้าตัวเครื่อง ปกติเวลาใช้งานคงไม่มีใครนั่งขวางหน้าโปรเจคเตอร์เพราะจะบังภาพ เหตุนี้จึงไม่มีใครได้รับผลกระทบจากการที่ต้องโดนลมร้อนเป่าใส่โดยเฉพาะเมื้อตั้งโปรเจคเตอร์บนโต๊ะ ผิดกับบางเครื่องที่วางช่องระบายลมร้อนไว้ด้านข้าง หรือด้านหลัง ถ้าใครนั่งตำแหน่งนั้นคงอยู่ไม่สบายตัวแน่นอน

benq-w11000-04

จุดเชื่อมต่อสายสัญญาณต่างๆ ถูกจัดวางไว้ด้านข้าง ผิดกับโปรเจคเตอร์หลายๆ เครื่องที่มักจะจัดวางไว้ด้านหลัง ซึ่งผมว่าตำแหน่งนี้เข้าท่าดีนะจะได้ไม่มีปัญหาเชื่อมต่อสายกรณีที่จำเป็นต้องติดตั้งโปรเจคเตอร์ชิดผนังด้านหลัง อย่างไรก็ดีการเก็บซ่อนสายอาจจะทำได้ลำบากสักหน่อย เพราะไม่มีช่องหรือฝาครอบสำหรับบังร้อยสาย แต่มิได้เป็นปัญหาใหญ่แต่อย่างใด

benq-w11000-05

เยื้องมาใกล้ๆ กับจุดเชื่อมต่อสายสัญญาณ เป็นตำแหน่งของแผงควบคุม สามารถเลื่อนฝาปิดได้เมื่อมิได้ใช้งาน ซึ่งดูลงตัวดี

benq-w11000-06

ด้านบนส่วนหน้าจะเห็นปุ่มหมุนสำหรับปรับตำแหน่ง Lens Shift โดยแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดหนึ่งปรับแนวตั้ง (Vertical) อีกชุดสำหรับแนวนอน (Horizontal) ส่วนด้านหลังยังซ่อนจุดเปลี่ยนหลอดไฟ (lamp) เอาไว้ได้อย่างกลมกลืน

benq-w11000-07

เซ็นเซอร์รับสัญญาณรีโมตคอนโทรลถูกติดตั้งไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งการรับสัญญาณดีมากครับ ในบางสถานการณ์ไม่จำเป็นต้องชี้รีโมตตรงไปที่ตัวโปรเจ็คเตอร์ก็ยังควบคุมได้ดี ส่วนรีโมตคอนโทรลที่ให้มาก็ดูดีสมกับรุ่นใหญ่ มี Back-lit สีส้ม สว่างเห็นชัดทุกปุ่มแม้ใช้งานในห้องมืด

Connectivity – ช่องต่อ

W11000 รับสัญญาณภาพความละเอียดระดับ 4K Ultra HD ผ่านทาง HDMI Input จำนวน 2 ช่อง เป็นหลัก โดย HDMI 1 เท่านั้นที่เป็น Version 2.0 (with HDCP 2.2) รองรับสัญญาณภาพความะเอียดสูงสุดที่ 4K/60Hz 16-bit 4:2:0 หรือ 4K/60Hz 8-bit 4:4:4 ดังนี้การเชื่อมต่อกับแหล่งโปรแกรมภาพระดับ 4K Ultra HD คุณภาพสูง (อาทิ 4K/UHD Blu-ray Player) จึงแนะนำให้เชื่อมต่อที่ช่องนี้ ส่วน HDMI 2 เป็น Version 1.4 (with HDCP 1.4) รองรับสัญญาณภาพความะเอียดสูงสุดที่ 4K/30Hz 8-bit

benq-w11000-08

ช่องรับสัญญาณวิดีโออื่น มีเพียง Analog D-Sub (VGA) In 1 ช่อง เท่านั้น แต่สามารถรับสัญญาณได้ทั้ง PC (RGB) และ Component (YPbPr/YCbCr)

Extra- เพิ่มเติม

benq-w11000-09

การถ่ายทอดภาพที่ดีเยี่ยมจากโปรเจคเตอร์นั้น คุณภาพของเลนส์ก็มีส่วนสำคัญยิ่งเพราะเป็นทางผ่านในขั้นสุดท้ายก่อนที่ภาพจะถูกฉายออกไป ซึ่ง BenQ ได้เลือกใช้ชิ้นเลนส์คุณภาพสูงจำนวน 14 ชิ้น แบ่งเป็น 6 กลุ่ม มีการฉาบผิวเพื่อลดการคลาดสี ติดตั้งในกระบอกโลหะที่มั่นคงแข็งแรง เพื่อผลลัพธ์ภาพที่คมชัด และถ่ายทอดคุณภาพของภาพดีที่สุด

benq-w11000-10

ความยอดเยี่ยมที่เอื้อต่อการติดตั้งจาก W11000 ยังรวมไปถึงระบบซูม 1.5 เท่า ยกตัวอย่าง หากต้องการฉายภาพบนจอขนาด 100 นิ้ว จะสามารถกำหนดระยะจัดวางโปรเจคเตอร์ได้ยืดหยุ่นมาก ตั้งแต่ 3.03 ม. ไปจนถึง 4.56 ม. นอกจากนี้ยังมีระบบ Lens Shift ที่สามารถชดเชยระยะติดตั้งได้ทั้งแนวตั้ง (+/-65%) และแนวนอน (+/-27%)

benq-w11000-11

benq-w11000-12

W11000 จะมีตัวเลือก Test Pattern ไว้ให้อ้างอิงในการติดตั้งด้วย โดยใช้ในการปรับตำแหน่ง Lens Shift และซูมขนาดภาพฉาย ให้พอดีกับขนาดของจอรับภาพนั่นเอง

Picture – ภาพ

อานิสงส์จาก 6X-Speed RGBRGB Color Wheel ที่ทำงานรวดเร็ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเห็น Rainbow Effect ให้รำคาญตา จุดที่ใช้ยืนยันคุณภาพเลนส์ของ W11000 นอกจากได้ภาพที่ชัดเจนแล้ว อาการคลาดสีโดยเฉพาะบริเวณขอบจอนี่แทบไม่มี แต่ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็นรายละเอียดคมชัดอันไร้ซึ่งปัญหาเหลื่อมสี หรือ Misconvergence

benq-w11000-13

ทดสอบดูหน่อยว่า W11000 ปราศจากปัญหา Misconvergence ตั้งแต่ออกจากโรงงานตามที่ BenQ เคลมไว้หรือไม่? ซึ่งผลลัพธ์ยืนยันว่าจริง เส้นขาวบนพื้นดำมีความคมไม่มีปัญหาสีเหลื่อม แต่ย้ำว่าต้องปรับโฟกัสให้เป๊ะด้วยนะครับ

benq-w11000-14

ซึ่งการปรับซูมและโฟกัสของ W11000 โดยใช้มือหมุนวงแหวนหน้าเลนส์แบบแมนวล จะดำเนินการได้ยากกว่าโปรเจคเตอร์รุ่นไฮเอ็นด์อื่นๆ ที่ใช้มอเตอร์ควบคุมและสั่งการผ่านรีโมตคอนโทรลไร้สายอยู่บ้าง แต่ถ้าทำได้ผลลัพธ์ก็จะเป๊ะมากเลย คำแนะนำคือควรมี 2 คนช่วยกัน คนหนึ่งคอยหมุนปรับวงแหวนโฟกัสที่โปรเจคเตอร์ ส่วนอีกคนยืนใกล้จอรับภาพแล้วคอยดูผลลัพธ์เพื่อแจ้งบอก

– BenQ W11000 Pre-Calibration Data –

benq-w11000-15

หมายเหตุ: กรณีที่ปลดล็อคในส่วนของ ISFccc จะมีโหมดภาพเพิ่มเติมเข้ามาอีก 2 โหมด ได้แก่ ISF Night และ ISF Day

มาดูในส่วนของความเที่ยงตรงในการถ่ายทอดสีสันกันบ้าง ซึ่งดีกรีที่ได้รับจาก THX ไม่ใช่ราคาคุย จากการทดสอบเบื้องต้นพบว่าให้ค่าอุณหภูมิสีได้ยอดเยี่ยมใกล้เคียง 6500°K เกือบทุกโหมดภาพ แม้แต่โหมด Vivid ก็ยังให้ผลลัพธ์ดีมาก

benq-w11000-16

แล้วถ้าถามว่าโหมดไหนที่ควรแนะนำให้ใช้ โดยอิงจากผลลัพธ์ที่เที่ยงตรงที่สุด? แน่นอนว่าต้องมีโหมด THX รวมอยู่ด้วย ความเที่ยงตรงของสีสันนั้นหายห่วง ถึงแม้ระดับความสว่างของโหมดนี้จะไม่สูงมากนัก (เนื่องจาก Lamp Mode ถูกกำหนดไว้ที่ Eco) แต่ก็เหมาะใช้งานในห้องมืดเมื่อต้องการภาพที่ออกไปทางดูสบายตา รับชมได้นานไม่ล้า การถ่ายทอดสีดำลึกเข้ม ที่สำคัญ คือ โปรเจคเตอร์จะทำงานเสียงเงียบมาก ประหยัดไฟ และยืดอายุหลอดไฟออกไปได้นานด้วยครับ (สูงสุด 6000 ชม.) หรือจะทดลองเปรียบเทียบกับโหมด Silence ที่ผลลัพธ์คล้ายคลึงกันเป็นอีกทางเลือกดูด้วยก็ได้ โดยความสว่างจะสูงกว่า THX สมดุลสีจะย่อหย่อนกว่านิดหน่อย แต่ยังคงทำงานเงียบและประหยัดไฟเหมือนกันครับ

อย่างไรก็ดีบางท่านอาจรู้สึกว่าโหมด THX ภาพดูทึมไปสักหน่อย ชอบแบบสว่างๆ มากกว่า ตรงนี้สามารถเปลี่ยนมาใช้งานโหมด Cinema แทนได้ ซึ่งให้ระดับความสว่างสูงขึ้นมาก ในขณะที่สมดุลสีมิได้ย่อหย่อนจากโหมด THX เลย ระดับเสียงรบกวนอาจจะเพิ่มขึ้นจากโหมด THX และ Silence แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น มิได้สร้างความรำคาญแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่ต้องการรีดความสว่างจาก W11000 ออกมาใช้งานอย่างเต็มที่ อย่างเช่นกรณีที่ต้องสู้กับแสงรบกวน ขอแนะนำโหมด Vivid เลยครับ ดังที่เรียนไปในตอนต้นว่าโหมดนี้ก็ไม่เว้นในเรื่องของสมดุลสีที่ทำได้ดีเช่นกัน เรียกว่ามิได้ย่อหย่อนจากโหมดอื่นเท่าใดนัก ทว่าจะได้ระดับความสว่างชดเชยเข้ามาแทน (ไม่น้อยกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับโหมด THX) ส่วนโหมด Bright นั้น ถึงแม้ความสว่างจะสูงที่สุดก็จริง แต่คงต้องละไว้เนื่องจากการถ่ายทอดสมดุลสีที่ค่อนข้างผิดเพี้ยนครับ (อาจใช้ได้ในบางกรณีที่เน้นเฉพาะความสว่าง ไม่คำนึงถึงความถูกต้องของสีสัน) กระนั้นคงต้องย้ำเช่นเคยว่า การใช้งานโปรเจ็คเตอร์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรใช้งานในห้องมืด หรืออย่างน้อยก็ขอให้คุมแสงรบกวนให้เหลือน้อยที่สุดจะเหมาะสมกว่าครับ

benq-w11000-17

โหมดภาพจากโรงงานนั้นยอดเยี่ยมก็จริง แต่เชื่อว่าหลายท่านยังคงต้องการสิ่งที่เรียกว่า “เพอร์เฟ็กต์” ในแง่ของความเที่ยงตรงในการถ่ายทอดสีสันอิงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งในจุดนี้ด้วยฟีเจอร์จาก ISFccc สามารถไฟน์จูนจนได้ค่าภาพที่ยอดเยี่ยมเข้าขั้นเพอร์เฟ็กต์เลยทีเดียว โดยสามารถไฟน์จูนในส่วนของ White Balance, CMS และ Gamma

benq-w11000-18

ทดสอบอีกสักเรื่องกับ “Exodus: Gods and Kings” ในรูปแบบ 4K/UHD Blu-ray Disc ถึงแม้ W11000 จะยังไม่รองรับการแสดงผลแบบ HDR แต่ด้วยการถ่ายทอดระดับความสว่างจากแหล่งกำเนิดแสงตามสเป็กที่ 2200 ลูเมน ผสานรวมกับการทำงานของ Dynamic Iris ก็ให้ความเปรียบต่างของแสงได้น่าตื่นตา ด้านภาพเคลื่อนไหวยังไม่มีฟังก์ชั่นประมวลผลแทรกเฟรม แต่ก็ให้ความต่อเนื่องของเฟรมต้นฉบับที่ดูเป็นธรรมชาติจนอาจไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งระบบดังกล่าว

benq-w11000-19

ทดสอบกับ Xbox One S ดูบ้าง ซึ่งระบบฯ ตรวจสอบและยืนยันชัดเจนอีกครั้งว่า W11000 สามารถรับสัญญาณ 4K 60Hz 10-bit ได้แน่นอน ทั้งเล่นเกมและชมภาพยนตร์เลยจ้า (ตามสเป็กแจ้งว่ารองรับสัญญาณภาพได้สูงสุดถึง 4K/60Hz 16-bit 4:2:0 หรือ 4K/60Hz 8-bit 4:4:4)

benq-w11000-20

และสุดท้าย สำหรับท่านที่จะเชื่อมต่อกับเครื่องเกมคอนโซล หรือ PC (เพราะเดี๋ยวนี้เกมรองรับความละเอียด 4K แล้วนะ) คงต้องการทราบว่า HDMI Input Lag ของ W11000 ทำได้ดีเพียงใด? คำตอบที่ได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีปัญหาดีเลย์จนส่งผลกับการเล่นเกมครับ

Conclusion – สรุป

W11000 ถือเป็นอีกหนึ่งความหวังโปรเจคเตอร์ระดับ 4K ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมในระดับราคาเอื้อมถึงได้ไม่ยากเหมือนเมื่อก่อน อันเป็นความตั้งใจของผู้ผลิตนาม BenQ ในการส่งมอบทางเลือกใหม่ เพื่อเอื้อให้ทุกท่านได้เริ่มต้นก้าวเข้าสู่ยุค 4K Ultra HD ระดับคุณภาพเดียวกับโรงภาพยนตร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ… ซึ่งพร้อมให้ทดลองพิสูจน์ด้วยตาของท่านเองได้แล้ววันนี้ครับ!

จุดเด่นของ BenQ W11000

– การแสดงผลแบบ 4K XPR ให้ความคมชัด รายละเอียดพิกเซลดีกว่า Full HD Projector อย่างเห็นได้ชัดเจน
– ปราศจากปัญหา Misconvergence ไม่จำเป็นต้องทำ Panel Alignment ใดๆ ในขั้นตอนติดตั้ง และ Screen-door Effect ก็บางมากจนแทบไม่เห็น
– ให้ช่องต่อ HDMI มาทั้งหมด 2 ช่อง เป็น Version 2.0 1 ช่อง รองรับสัญญาณ 4K 60Hz 4:4:4 และ HDCP 2.2 ส่วนอีกช่องเป็น HDMI 1.4 รองรับสัญญาณ 4K 30Hz
– ได้รับการรับรองจาก THX โหมดภาพจากโรงงานจึงให้ความเที่ยงตรงสูงมาก ในขณะที่รองรับการคาลิเบรทปรับภาพได้ละเอียดตามมาตรฐาน ISF
– เลนส์ฉายคุณภาพสูง ให้อัตราคลาดสีน้อย และมีระยะซูมถึง 1.5 เท่า พร้อมด้วย Lens Shift ปรับได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนทำให้กำหนดตำแหน่งตั้งวางได้ยืดหยุ่น
– ให้ระดับความสว่างสูงสุดตามสเป็กที่ 2200 ลูเมน ในขณะที่มีระดับเสียงรบกวนจากระบบระบายความร้อนต่ำ

จุดด้อยของ BenQ W11000

– การปรับหน้าเลนส์ทั้ง Zoom, Focus และ Shift ควบคุมด้วยมือ ยังไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์มอเตอร์ แต่ก็ให้ผลลัพธ์ในแง่ความละเอียดเที่ยงตรงและยืดหยุ่นได้อย่างดีเยี่ยม
– ขอบเขตสียังไม่ครอบคลุมถึง DCI-P3 แต่สำหรับมาตรฐาน sRGB/Rec.709 นั้น ทำได้ดีมากเกิน 100%
– ไม่รองรับการแสดงผล 3D
– ไม่มี Frame Interpolation แต่การรับชมภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มิได้รู้สึกว่าสะดุด หรือขาดความต่อเนื่อง
– ไม่มีลำโพงในตัว การใช้งานโปรเจคเตอร์ระดับนี้ต้องการชุดโฮมเธียเตอร์เต็มระบบจึงจะคู่ควร

สั่งซื้อ BenQ Projector รุ่นใดก็ตามได้ที่ https://projectorpro.in.th

ติดตั้งโปรเจคเตอร์ สำนักกฎหมายการแพทย์

เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ร้านโปรเจคเตอร์โปรได้รับโอกาศในการสั่งซื้อสินค้าพร้อมบริการติดตั้งจาก สำนักกฎหมายการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

โดยสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อในครั้งนี้คือ Projector BenQ MX528, Visualizer Vertex D-1320 และ จอ iScreen Motorized 120นิ้ว

benq-mx528-vertex-d1320-iscreen-motor-120

เมื่อทีมงานของเรามาถึงก็เริ่มดำเนินการติดตั้งทันทีครับ

bureau-of-medial-law-01

เมื่อติดตั้งแล้วก็ลองทดสอบการใช้งานดูครับ

bureau-of-medial-law-02 bureau-of-medial-law-03 bureau-of-medial-law-04

ในทุกๆครั้งการทำงานของทีมงานโปรเจคเตอร์โปรนั้น จะเก็บสายไฟต่างๆให้เรียบร้อยเสนอครับ

bureau-of-medial-law-05 bureau-of-medial-law-06

จบไปอีกหนึ่งงานกับการติดตั้งโปรเจคเตอร์ของทีมงานร้านโปรเจคเตอร์โปร หากท่านใดสนใจจะติดตั้งโปรเจคเตอร์ด้วยทีมงานของเราสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector ACER X1385WH

REVIEW Projector ACER X1385WH โปรเจคเตอร์ รุ่นใหม่มาแรง สำหรับพรีเซนต์งาน และ ดูหนัง

“ACER X1385WH” เป็นของเล่นชิ้นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ เอเซอร์ นั่นเองครับ คุณสมบัติครบครันมาพร้อมด้วยตัวเครื่องสีขาวนวล สีสันสวยงามกันเลยทีเดียวล่ะครับผม

เรามาดูกันดีกว่าครับว่าเจ้าตัวนี้ทำอะไรได้บ้างนอกจากความสวยงามของมันแล้ว เริ่มกันเลยครับด้วย เทคโนโลยี Acer ColorSafe II เข้ามาช่วยทำให้สีของภาพนั้นสวยไม่แพ้กับเทคโนโลยีอื่นๆเลย เช่นกันในโหมดของ Dynamic นั้นจะให้สีที่แท้จริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว หรือ สีเหลือง เป็นต้น เรามาต่อกันที่ Function ต่อไปกันนะครับ นั่นคือ Acer DynamicBlack™ ทำให้เจ้าเครื่องนี้มีค่าคอนทราสสูงมากถึง 20000:1 เครื่องไหนมีค่าคอนทราสต์สูงๆ จะแสดงภาพได้ดูลึกมีมิติสมจริงครับ

แล้วที่บอกว่าสามารถนำไปดูหนังได้ ก็เพราะว่าเครื่องนี้มีความละเอียดมากถึง 1280 x 800 (WXGA) หรือที่เราเรียกว่า HD นั่นเองครับ ความคมชัดระดับ HD ก็ถือว่าชัดพอสมควรนะครับ ลองนึกภาพตามดูนะครับ เรานำไปใช้ในห้องนอน ใช้กับจอรับภาพขนาดใหญ่ สัก 100-120 นิ้ว อารมณ์เหมือนเรายกโรงหนังไปอยู่ที่บ้านกันเลยทีเดียวล่ะครับ

รูปด้านบนของ Acer Projector X1385WH

จากรูปด้านบนตัวเครื่องเราจะเห็นว่ามีปุ่มกดให้เลือกใช้ปรับ MENU ต่างๆได้ ในกรณีไม่ใช้ รีโมทคอนโทรลหรืออาจจะทำหาย ส่วนช่องไฟ 3 ช่องที่เห็นนั้น จะเป็นไฟบอกระบบการทำงานต่างๆของตัวเครื่องนั่นเองมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

เริ่มจากช่องซ้าย จะติดเมื่อเราเสียบปลั๊กไฟเข้ากับตัวเครื่อง หลังจากกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วไฟจะกระพริบเพื่อเริ่มการทำงานจนกว่าจะวอร์มหลอดภาพเสร็จ

ช่องกลาง นั่นคือ LAMP ครับ ไฟช่องนี้จะติดเมื่อหลอดภาพมีปัญหาหรือใกล้หมดอายุ

ช่องขวา TEMP หรือย่อมาจาก Temperature ไฟช่องนี้จะติดเมื่อตัวเครื่องนั้นมีความร้อนสูงหรือมีปัญหาเกี่ยวกับอุณหภูมิของตัวห้องที่มาจากความร้อนครับ

จากในรูปบ่งบอกถึงการใช้งานในตอนกลางวันนั้นก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะตัวเครื่องนั้น มีความสว่างสูงถึง 3,200 ANSI LUMEN ที่จะบอกก็คือตัวเครื่องรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ในตอนกลางวันนั่นเองครับ

เครื่องรุ่นนี้ดูหนัง 3 มิติ (3D) ได้ด้วยนะครับ โดยเพิ่มเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วย Acer ColorBoost3D โดยทั่วไปแล้วในโหลด 3 มิติ สีสันของภาพยนตร์นั้นจะลดลงมาก จึงใช้เทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยในส่วนของสีสัน เพิ่มอารมณ์คนดูตามไปด้วยนะครับ

จากภาพด้านบนนั้นเป็นผลมาจาก เทคโนโลยี Acer DynamicBlack™ ที่ได้กล่าวไว้ด้านบนนะครับ จากภาพนั้นจะเห็นได้ว่าความคมชัดนั้นสูงเหลือเกิน แต่ราคานั้นสูงไม่เกินเอื้อมแน่นอนครับ ผมรับประกันได้ อิอิ….

เรามาดู ช่องเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงต่างๆ กันนะครับ ว่ามีอะไรบ้างและจะเด็ดแค่ไหน

Input Terminal

– Analog RGB/Component Video (D-sub) x 2
– HDMI/MHL (Video, Audio, HDCP) x 1
– Composite Video (RCA) x 1
– S-Video (Mini DIN) x 1
– PC Audio (Stereo mini jack) in x 2

Output Terminal

– Analog RGB (D-Sub) x 1
– PC Audio (Stereo mini jack) x 1
– DC Out (5V/1A, USB Type A) x 1

เป็นไงบ้างล่ะครับ มีทั้ง HDMI / VGA แถม USB ให้อีกด้วยครับ ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบกันเลยทีเดียว ท่านลูกค้าเริ่มตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะครับ ซึ่งหากสนใจโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ หรือโปรเจคเตอร์เอเซอร์รุ่นใดก็ตาม สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review Projector EPSON EH-TW5350

Review Projector EPSON EH-TW5350 3LCD Home Projector น้องใหม่สุดเทห์

 

Introduction

ให้รางวัลกับชีวิตโดยการพักผ่อนสบายๆภายในบ้านไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปเมื่อท่านมีโปรเจคเตอร์ Epson EH-TW5350 กับความสุดยอดระดับ Full HD (1920×1080) ที่มาพร้อมระบบการฉายภาพแบบ RGB liquid crystal shutter projection system (3LCD) ให้สีสันสะใจสดใสสมจริง ทั้งกับเครื่องบลูเรย์ ,เครื่องเกมส์ ,ดีวีดี ,กล่องเซตท๊อปบล็อก หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ตัวโปรด ก็เชื่อมต่อได้อย่างง่ายดาย ให้ภาพขนาดใหญ่ได้ตั้งแต่ 60 นิ้ว ไปจนถึงขนาดใหญ่อลังการที่ 332 นิ้ว

Design & Specification

รวมถึงพอร์ตการเชื่อมต่อที่ลํ้าสมัยสุดๆทั้งการเชื่อมต่อด้วยพอร์ต HDMI จำนวน 2 พอร์ต รองรับเทคโนโลยี MHL เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและเชื่อมต่อไร้สายผ่านเทคโนโลยี WiDi ที่นิยมใช้งานบนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก อัลตร้าบุ๊กในปัจจุบัน รองรับการสแกน QR Code เพื่อส่งภาพไปขึ้นจอได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการเชื่อมต่อพื้นฐานกับอุปกรณ์รุ่นเก่าๆ อย่างเช่นพอร์ต D-sub และ Composite (RCA)

Epson EH-TW5350 มาพร้อมหลอดฉายภาพขนาด 200 วัตต์ ให้ความสว่างได้สูงสุด 2,200 ลูเมนท์ ค่าความเปรียบต่าง (คอนทราสต์) 35,000:1 อายุใช้งานของหลอดฉายภาพในการใช้งานทั่วไปอยู่ที่ 4,000 ชั่วโมง และขยายเวลาใช้งานได้สูงสุด 7,500 ชั่วโมง เมื่อปรับเลือกใช้โหมด Eco ในส่วนของตัวเลนส์จะเป็นแบบ Optical Zoom ปรับหมุนซูมภาพได้ 1-1.2 เท่า และปรับความคมชัดด้วยมือได้สะดวกเพราะให้ค่า F-number มาที่ F1.58-F1.72 ระยะฉายใกล้สุดอยู่ที่ 1.22 เมตร จะได้ภาพประมาณ 34 นิ้ว และได้ภาพใหญ่สุด 332 นิ้วที่ระยะห่าง 9.11 เมตร

Special Feature

จุดเด่นที่ให้มาใหม่สำหรับ EPSON EH-TW5350 คือการเชื่อต่อกับอุปกรณ์ไร้สาย อย่างเช่นกับมือถือและทับเลท ได้อย่างง่ายดายโดยสามาถใช้ Screen Mirroring ซึ่งมีมาให้ในตัวเครื่อง ทำให้ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม สามารถเชื่อมต่อได้เลย เชื่อมต่อง่ายๆแค่นี้ชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะ

และจุดเด่นอีกข้อของโปรเจคเตอร์เราคือการวางเบี่ยงเพราะห้องเราพื้นที่อาจจำกัด หรือไม่ค่อย มีพื้นที่ตรงกลางที่จะวางโปรเจคเตอร์เพียงตัวเดียว EPSON จัดให้วางง่ายขึ้น เอาเวลาไปเพลิดเพลินกับการดูหนังดีกว่า มุมไหนก็ได้สำหรับ EH-TW5350 อย่างนี้ง่ายไหมละ

 

3D Picture

ลูกเล่นการฉายภาพก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับระบบการฉายภาพแบบสามมิติรองรับการฉายภาพสามมิติทั้งแบบซ้อนภาพซ้าย-ขวา และแบบบน-ล่าง แบบ High Refresh Rate ได้สบาย(อัตรารีเฟรช 240Hz) หรือจะเลือกปรับภาพสองมิติธรรมดาให้เป็นภาพสามมิติก็ยังได้ โดยปรับระดับความตื้นลึกได้หลายระดับ (Weak/ Medium / Strong) เพื่อให้มีความเหมาะสมกับไฟล์วีดีโอที่แตกต่างกัน

 


เอาเป็นว่าถ้าหาโปรเจคเตอร์สำหรับคอหนังแล้วละก็ให้ Epson EH-TW5350 ได้เป็นเครื่องโปรดของท่านสิครับ รับรองว่าสามารถตอบสนองกิจกรรมพักผ่อนยามว่างได้อย่างสนุกสนานและไม่น่าเบื่อจนท่านไม่อยากออกจากบ้านไปไหนแน่นอน ใช้เวลากับครอบครัวด้วยกันกับ Epson EH-TW5350

สั่งซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ หรือโปรเจคเตอร์รุ่นใดก็ตามได้ที่ https://projectorpro.in.th